Tag: นักแสดงไทย

เป้ อารักษ์ พระเอกมาดเซอร์

เป้ อารักษ์

อีกหนึ่งนักแสดงที่มากความสามารถทั้งงานแสดง, เล่นดนตรี, นายแบบ อย่าง เป้ อารักษ์ ซึ่งล่าสุดกับซีรี่ย์แนวดราม่า Bangkok รัก Stories ตอน เก็บรัก แสดงคู่กับ สายป่าน อภิญญา ซึ่งในบทบาทที่แตกต่างจากบทที่ผ่านๆมา เป้ อารักษ์ หรือ อารักษ์ อมรศุภศิริ เข้าสู่วงการบันเทิงโดยการเป็นนักกีตาร์สมาชิกวงสะเลอยุคแรกในปี พ.ศ. 2548 ต่อมาได้มีโอกาสเข้ามาในงานแสดงครั้งแรก โดยแสดงในภาพยนตร์เรื่อง บอดี้..ศพ#19 (พ.ศ.2549) ของค่าย GTH ซึ่งก็ได้รับความนิยมของผู้ชมมาก ทั้งด้านการแสดงของเขาจนได้รับชื่อเสนอเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 17 ประจำปี พ.ศ. 2550 จากผลงานภาพยนตร์เรื่อง รักสามเศร้า ของค่าย GTH ซึ่งเป็นผลงานกำกับของ ยุทธเลิศ สิปปภาค หลังจากนั้นเขาก็มีงานแสดงภาพยนตร์ต่างๆมากมาย รวมถึงยังคงเป็นมือกีตาร์วงสะเลอในตอนนั้น หลังจากมีผลงานแสดงภาพยนตร์ เป้ ก็มีโอกาสเข้ามาแสดงละครโทรทัศน์เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2552 เรื่อง แจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดา ของ โพลีพลัส แสดงคู่กับ อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ซึ่งผลงานนี้เป็นที่โด่งดังของผู้ชมมากและทำให้เขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะพระเอกคนใหม่ของวงการ หลังจากนั้นเขาก็มีผลงานแสดงละครอีกมากมาย เช่น เธอกับเขาและรักของเรา (แสดงคู่กับ เขมนิจ จามิกรณ์), ซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ (แสดงคู่กับ พีชญา วัฒนามนตรี), ClubFriday The Series 5 ตอน ความลับของคลิปขอแต่งงาน (แสดงคู่กับ หนึ่งธิดา โสภณ), club friday the series 8 รักแท้มีหรือไม่มีจริง ตอน รักแท้หรือแค่รักสนุก (แสดงคู่กับ วนิดา เติมธนาภรณ์), มายา (แสดงคู่กับ อุษามณี ไวทยานนท์) และอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีผลงานแสดงภาพยนตร์อีกมากมายเช่นกัน อาทิ ความจำสั้น แต่รักฉันยาว, เฉือน, ตุ๊กกี้ เจ้าหญิงขายกบ, มือปืนดาวพระเสาร์, สุดเขตเสลดเป็ด, 30+ โสด On Sale, ขุนพันธ์, Single lady เพราะเคยมีแฟน (เป็นการกลับมาแสดงคู่กันอีกครั้งกับ อั้ม พัชราภา) ด้วยงานแสดงของเขาที่เข้ามามากมาย ทำให้ในปี พ.ศ. 2554 เป้ ได้ประกาศลาออกจากวงสะเลอ เนื่องจากคิวงานแสดงและงานคอนเสริต์กับวงไม่ตรงกัน ซึ่งเขาก็ได้ผันตัวมาเป็นนักร้องเดี่ยวและเล่นกีตาร์ในนาม อารักษ์ แอนด์ เดอะปีศาจแบนด์ ในช่วงแรกของวงการ เป้ จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาคือ เป็นหนุ่มมาดเซอร์ สไตล์เด็กศิลป์ทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆมากมาย ต่อมาด้วยงานแสดงที่หลากหลายมากขึ้นทำให้เขาต้องเปลี่ยนลุคเปลี่ยนบทบาทตามตัวละครที่ได้รับทำให้ปัจจุบันสไตล์หนุ่มมาดเซอร์ได้หายไปแล้ว ซึ่งเขาก็มีเอกลักษณ์ที่ไตล์วินเทจเรียบง่าย

{ Comments are closed }

มาริโอ้ เมาเร่อ

มาริโอ้ เมาเร่อ

มาริโอ้ เมาเร่อ เป็นนักแสดง, นายแบบ ชาวไทย เกิดวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2531 ปัจจุบันเป็นนักแสดงของสังกัดช่อง 3 มาริโอ้ เดิมทีมีชื่อว่า ณัฐวุฒิ สุวรรณรัตน์ ในช่วงเข้าโรงเรียน ต่อมาใช้ชื่อ มาริโอ้ เมาเร่อ ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง มาริโอ้เริ่มต้นเข้าสู่วงการบันเทิงครั้งแรกในปี พ.ศ. 2547 ขณะนั้นเขาอายุได้ 16 ปี โดยการติดต่อจากโมเดลลิ่งที่สยามสแควร์ เริ่มแรกเขารับงานถ่ายแบบ, โฆษณา, เล่นเอ็มวี ต่อมาได้มีโอกาสเข้าไปคัดเลือกนักแสดงภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม ของผู้กำกับ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ซึ่งก็สามารถได้รับการเลือกในบท “โต้ง” เด็กชายวัยรุ่น ชั้น ม.6 ที่กำลังมีความสับสนกับการเลือกทางเดินในชีวิต ซึ่งเมื่อภาพยนตร์ออกฉายทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นจนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมด้วยในปีนั้น นอกจากนี้ภาพยนตร์ยังเป็นที่นิยมมากในประเทศจีนซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักแสดงชาวไทยยอดนิยมของชาวจีนด้วย หลังจากนั้นเขาก็มีงานแสดงเข้ามามากมาย โดยเรื่องที่ 2 ได้แสดงภาพยนตร์เรื่อง เฟรนด์ชิพ เธอกับฉัน ร่วมกับ สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข ซึ่งตอนนั้นก็เป็นนักแสดงหน้าใหม่เช่นกัน ซึ่งในเรื่อง เฟรนด์ชิพ เธอกับฉัน บทบาทการแสดงค่อนข้างแตกต่างจากเรื่อง รักแห่งสยาม โดยเรื่องนี้เขาต้องแสดงบทความรู้สึกหลายอารมณ์และต้องเล่นบทตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยทำงาน ซึ่งระหว่างที่เขาแสดงภาพยนตร์นั้นก็มีงานถ่ายแบบ, เดินแบบ และเล่นเอ็มวีด้วย ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 เขาได้แสดงภาพยนตร์เรื่อง บุปผาราตรี 3.1 และ บุปผาราตรี 3.2 โดยบทบาทที่แสดงค่อนข้างแตกต่างจากเรื่องที่ผ่านมาโดยเขารับบทเป็นเด็กวัยรุ่นนิสัย เงียบ พูดน้อย ที่มีความสามารถเขียนการ์ตูนผีหาทำรายได้ส่งตัวเองเรียน นอกจากนี้เขายังหาผีได้อีกด้วย หลังจากนั้นเขาได้เปลี่ยนผู้จัดการส่วนตัว จากนิรุณ ลิ้มสมวงศ์ หรือ โกโก้ มาเป็นนายศุภชัย ศรีวิจิตร หรือ เอเอ จนทำให้มีเรื่องการฟ้องร้องจากอดีตผู้จัดการเกี่ยวกับเรื่องสัญญา และได้แสดงละครเรื่องแรกคือ ใต้ฟ้าตะวันเดียว ต่อมาเขาได้พัฒนาฝีมือการแสดงขึ้นไปอีกขั้นจากการแสดงภาพยนตร์เรื่อง อุโมงค์ผาเมือง ผลงานกำกับของหม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง ราโชมอน ออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 2554 และในปี พ.ศ. 2556 เขาได้แสดงภาพยนตร์ของค่าย จีทีเอช เรื่องพี่มากพระโขนง แสดงคู่กับ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ โดยเรื่องราวดัดแปลงจากตำนานผีพื้นบ้านไทย แม่นากพระโขนง กำกับโดย บรรจง ปิสัญธนะกุล ยังแสดงร่วมกับ ณัฏฐพงษ์ ชาติพงษ์, พงศธร จงวิลาส, อัฒรุต คงราศรี และกันตพัฒน์ สีดา 4 นักแสดงที่โด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง สี่แพร่ง ตอน คนกลาง และ ห้าแพร่ง ตอน คนกอง

{ Comments are closed }

นุ่น วรนุช นางเอกหน้าหวาน

นุ่น วรนุช อีกหนึ่งนักแสดงมากฝีมือของไทยซึ่งเธอก็ฝากผลงานแสดงมานับไม่ถ้วนรวมถึงรับรางวัลเวทีต่างๆมามากมาย บทบาทที่เธอได้รับนั้นส่วนใหญ่เป็นบทบาทนางเอกเรียบร้อยและเจ้าน้ำตา จนได้รับฉายาว่า นางเอกเจ้าน้ำตา นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี หรือนามสกุลเดิม วงษ์สวรรค์ เป็นอดีตนักแสดงในสังกัดช่อง 7 ซึ่งมีผลงานเด่นมากมาย นุ่น วรนุช จบการศึกษาจาก วิทยาลัยนาฏศิลป และศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต คณะวิทยาการจัดการ นิเทศศาสตร์ ซึ่งเธอมีความสามารถด้านการรำไทยอย่างมาก นุ่นเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงในปี พ.ศ. 2540 จากการชักชวนของแก้วพรีเมียร์ ซึ่งเป็นปีเดียวกันที่ อั้ม พัชราภา เข้าสู่วงการเช่นกัน โดยละครเรื่องแรกที่แสดงคือเรื่อง ปอบผีฟ้า พ.ศ. 2540 คู่กับ นุติ เขมะโยธิน หลังจากนั้นเธอก็เซ็นต์สัญญาเป็นนักแสดงสังกัดทางช่อง 7 นับตั้งแต่นั้น ซึ่งเธอเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากจากเรื่อง รากนครา พ.ศ. 2543 ในบท เจ้ามิ่งหล้า ซึ่งเรื่องแรกที่แสดงร่วมกับ อั้ม พัชราภา ก่อนหน้านี้เรื่อง อีสา-รวีช่วงโชติ พ.ศ. 2541 ที่มีรายชื่อแสดงกับ อั้ม พัชราภา แต่ไม่ได้มีฉากแสดงด้วยกันเนื่องจากนุ่นแสดงบทช่วงรุ่นพ่อแม่ แต่อั้มแสดงช่วงรุ่นลูก ในช่วงปี พ.ศ. 2543 – พ.ศ. 2545 นุ่นมักได้แสดงละครในบทบาทของ นางเอกแสนเรียบร้อย และเป็นละครแนวพีเรียดย้อนยุค รวมถึงยังแสดงคู่กับ เขตต์ ฐานทัพ จนเป็นคู่พระ-นาง ยอดนิยมของผู้ชมในยุคนั้น ต่อมาทั้งคู่ได้คบหาเป็นแฟนกันหลังจากแสดงละครเรื่อง ต้นรัก พ.ศ. 2544 ต่อมา พ.ศ. 2546 เธอกลับมารับบทร้ายอีกครั้งในเรื่อง เปรตวัดสุทัศน์ นอกจากนี้ยังแสดงเรื่อง สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ซึ่งเป็นเรื่องแรกที่นุ่นเล่นละครให้ค่ายอื่นของช่อง (ผลงานส่วนใหญ่ของค่ายดีด้า และ ดาราวีดีโอ)

ในปี พ.ศ. 2547 เธอรับบทบาทสุดท้าทายในเรื่อง แม่อายสะอื้น ของค่ายเป่า จิน จง ในบท ดาวนิล ปวงคำ ซึ่งทำให้ละครได้รับความนิยมและพูดถึงอย่างมากจนเธอได้รับรางวัลเมขลานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และ รางวัลโทรทัศน์ทองคำ นอกจากนี้ยังได้แสดงร่วมกับ เขตต์ ฐานทัพ อีกครั้งในเรื่อง ภูตพิศวาส จากนั้นทั้งสองก็มีข่าวเลิกคบหากัน ในปี พ.ศ. 2551 เธอรับบทเป็นนางเอกร้ายในละคร ดาวเปื้อนดิน แสดงคู่กับ ชมพู่ อารยา ที่พลิกบทบาทเล่นร้ายเรื่องแรก โดยขณะนั้นชมพู่กำลังหมดสัญญากับทางช่อง 7 ต่อมา พ.ศ. 2552 นุ่น กลับมาแสดงร่วมกับ อัม พัชราภา อีกครั้งในละคร กุหลาบเหนือเมฆ จากนั้นแสดงละคร 2 เรื่องสุดท้ายทางช่อง 7 เรื่อง ค่าของคน และ เส้นตายสลายโสด ก่อนผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ โดยผลงานที่สร้างชื่อให้เธอคือ ทองเนื้อเก้า, พิษสวาท, อีสา-รวีช่วงโชติ

{ Comments are closed }