Tag: ข่าวหนัง

Kingsman 3 อาจกลับมาหากสตูดิโออนุมัติงานสร้าง

KINGSMAN

หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้ง 2 ภาค สายลับในชุดสูทอย่าง Kingsman เตรียมกลับมาสานต่อความสนุกอีกครั้งจากการเปิดเผยของ แมทธิว วอห์น ผู้กำกับ ซึ่งหากสตูดิโออนุมัติงานสร้าง Kingsman 3 จะเตรียมสานต่อจักรวาลสายลับสู่หนังภาคแยก Statesman ทันที จากการให้สัมภาษณ์ของ แมทธิว วอห์น ผู้กำกับ ระบุถึงโปรเจคในการสร้างภาคต่อว่า เรื่องราวของหนังยังคงสามารถมีการเล่าเรื่องราวมากพอที่จะพาเราไปถึงตอนจบของหนังภาคถัดไป ซึ่งมันยังคงเล่าต่อไปว่าสามารถสร้างเรื่องราวใหม่ ภารกิจใหม่ต่อไปได้ ซึ่งแผนงานสร้างภาพยนตร์ Kingsman 3 นั้นก็มีข่าวลือต่างๆออกมาว่าทางสตูดิโออาจจะสร้างภาคสาม แต่จากการที่ผู้กำกับออกมาเผยโปรเจคงานสร้างนั้น ดูเหมือนว่ากำลังจะเป็นความจริงให้แฟนๆอย่างแน่นอน หลังจากที่มีข่าวลือและข่าวที่ไม่แน่นอนที่จะสร้างให้เป็นไตรภาค แถมผู้กำกับยังพ่วงด้วยว่า หากทางสตูดิโออนุมัติจะเปิดกล้องถ่ายทำในทันที เพราะนอกจากโปรเจคหนังภาคต่อของ Kingsman ว่า ทีมงานยังมีแผนงานสร้างหนังเรื่อง Statesman เป็นหนังภาคแยกเกี่ยวกับสายลับนี้ด้วย โดยทาง แมทธิว วอห์น แอบพูดถึงไอเดียของเขาว่าโปรเจคของ Statesman อาจดำเนินเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสายลับ Kingsman ซึ่งจะเป็นจักรวาลภาคแยกที่จะดำเนินเรื่องราวตัวละครอีกหนึ่งหรือสายลับหน้าใหม่ หรืออาจจะเป็นสายลับอีกองค์กรหนึ่งก็ได้โดยเรื่องราวจะเกี่ยวโยงกับโรงเรียนสายลับ Kingsman อย่างแน่นอน

แม้ว่าโปรเจคภาคต่อของ Kingsman จะเกิดขึ้นประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์แต่ก็ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดมากนัก ทั้งเนื้อเรื่อง ตัวบท และการเชื่อมจักรวาลสายลับ แต่หากว่าโปรเจค Kingsman 3 เกิดขึ้นจริงเชื่อว่าผู้กำกับอย่าง แมทธิว วอห์น จะมีไอเดียและมุกต่างๆของสายลับสุดมันส์ให้ผู้ชมอย่างแน่นอน

สำหรับ Kingsman เป็นภาพยนตร์แนวแอ็คชั่น-สายลับ-คอมมาดี้ ดัดแปลงจากการ์ตูนเรื่อง The Secret Service ของ กิบเบินส์และมาร์ก มิลลาร์ โดยภาคแรกใช้ชื่อตอนเดียวกับหนังสือการ์ตูน ออกฉายเมื่อปี 2014 ภาพยนตร์จัดว่าได้รับความนิยมและคำวิจารณ์ในด้านบวกอย่างมาก โดยภาพยนตร์ทำรายได้ทั่วโลกกว่า 410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้าง 94 ล้านดอลลาร์ ต่อมามีภาคต่อชื่อว่า Kingsman: The Golden Circle ออกฉายเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2017 โดยภาพยนตร์ทำรายได้ทั่วโลกราว 395 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  Kingsman กล่าวถึงองค์กรสายลับของอังกฤษภายใต้ชื่อของร้านตัดชุดสูท ภายในองค์กรมีอาวุธไฮเทคต่างๆมากมาย โดยมีผู้ชายชื่อว่า เอ็กซี อดีตหน่วยนาวิกโยธินของอังกฤษได้รับคำเชิญจาก แฮร์รี ฮาร์ต ซึ่งเป็นสายลับคิงส์แมน เข้ามาร่วมทดสอบและเป็นสายลับคิงส์แมนรุ่นใหม่ พร้อมกับการปฏิบัติภารกิจสุดฮาและสุดอันตราย จากเหล่าวายร้ายที่หมายจะครองโลก

{ Comments are closed }

The New Mutants เด็กเจนใหม่ของ X-Men

20th Century FOX และ Marvel ส่งภาพยนตร์ฮีโร่เจนใหม่ของ X-Men ซึ่งเป็นเผยเรื่องราวของเด็กๆที่มีพลังเหนือมนุษย์รุ่นใหม่ของ ชาร์ล เซเวีย โดยเนื้อเรื่องของเหล่าเด็กเจนใหม่ของ X-Men นั้นจะแตกต่างจากภาคก่อนๆอย่างสิ้นเชิงโดยจะเป็นเรื่องราวที่มีความหลอน สยองขวัญ ใส่เข้ามาโดยจะไม่เน้นแนวแอ็คชั่นเหมือนกับภาคก่อน ทั้งนี้ The New Mutants สร้างจากหนังสือการ์ตูนของมาร์เวลในชื่อเดียวกันที่เขียนขึ้นในปี 1982 ฝีมือของ คริส แคลร์มอนท์ และบ็อบ แมคลอด จัดว่าเป็นมนุษย์กลายพันธุ์เจนใหม่ของโรงเรียนมนุษย์กลายพันธุ์ ชาร์ล ซาเวีย หรือ โปรเฟสเซอร์เอ็กซ์

The New Mutants เป็นเรื่องราวของเด็กเจนใหม่ซึ่งมีพลังวิเศษเหนือมนุษย์ธรรมดา โดยพวกเขายังไม่สามารถควบคุมพลังตัวเองได้จนต้องเข้ามาอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งโดยมีการทดลองเกี่ยวกับการควบคุมพลังตัวเอง โดยพวกเขาต้องฝึกฝนจิตใจและควบคุมพลังด้านมืดและความกลัวของตนเองให้ได้ ทั้งนี้พวกเขาพบว่าภายในโรงพยาบาลนั้นมีการทดลองบางอย่างที่พยายามเอาพลังเหนือมนุษย์ของพวกเขามาใช้ในการทำลายล้างโลกเพื่อให้จิตวิญญาณของมนุษย์เสื่อมทรามลงด้วย

โดยทางสตูดิโอ FOX นั้นได้ปล่อยตัวอย่างแรกชวนหลอนออกมาให้ชมกันแล้วเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2017 ที่ผ่านมาโดยสร้างกระแสทั้งคนชอบและไม่ชอบต่างกันไป โดยผู้ชมหรือแฟนๆมาร์เวลอย่างมาก โดยบางคนกล่าวว่าเนื้อเรื่องดูแปลกใหม่แตกต่างจากเรื่องอื่นๆของมาร์เวล ทั้งนี้ในเรื่อง The New Mutants นั้นไม่ได้เป็นเรื่องแรกที่สร้างออกแนวหลอนสยองขวัญ ก่อนหน้านี้อย่างซีรี่ย์เรื่อง Legion ของมาร์เวล ซึ่งเป็นจักรวาลเดียวกับ X-Men ก็สร้างออกมาในรูปแบบความหลอนของตัวละครเช่นกัน โดยจอช บูน ผู้กำกับเผยว่า ในเรื่องราวของ The New Mutants นั้นจะเป็นเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับจักรวาล X-Men แน่นอน โดย The New Mutants มีคิวฉาย 12 เมษายน 2018 นำแสดงโดย อันยา เทย์เลอร์-จอย (จาก Split), ไมซี่ วิลเลี่ยมส์ (จาก Game of Thones), ชาร์ลี ฮีตัน (จาก Stranger Thing และ Marrowbone), บลู ฮันท์ , เฮนรี่ ซาก้า  และอลิซ บราก้า

โดยภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวลที่สร้างโดย FOX นั้นประสบความสำเร็จอย่างมากนับตั้งแต่เรื่อง X-Men ไตรภาคเดิม และ ไตรภาคใหม่ ภาคแยกอย่าง The Wolverine  รวมถึง Fantastic Four ไตรภาคเดิมที่แม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จในเวอร์ชั่นรีบูต โดยต่อมา FOX มีแนวคิดสร้างซุปเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวลให้เป็นเรท R โดยเรื่อง Deadpool และ  Logan ประสบความสำเร็จทั้งรายได้และคำวิจารณ์ ซึ่งต่อมาก็มีแผนงานสร้าง The New Mutants โดยมีการบอกใบ้แฟนๆว่าเรื่องราวจะออกไปทางแนวสยองขวัญ – ระทึกขวัญ ที่สร้างความแปลกใหม่ให้แก่แฟนๆของมาร์เวลและ X-Men อีกด้วย

{ Comments are closed }

Pitch Perfect 3 บทส่งท้ายชมรมเสียงใส

Pitch Perfect 3

Pitch Perfect 3 จ่อคิวฉาย 21 ธันวาคม 2017 ส่งท้ายปี 2017 พร้อมบทส่งท้ายอำลาชมรมเสียงใส ก่อนหน้านี้ 2 ภาคแรกอย่าง Pitch Perfect 1 และ 2 หรือชื่อไทย ชมรมเสียงใส ถือไมค์ตามฝัน เรื่องราวของเหล่าสาวๆในชมรมเสียงใส ชมรมนักร้องประสานเสียงประจำมหาวิทยาลัยซึ่งมีนักศึกษาสืบทอดต่อๆกันมาหลายสิบรุ่นแต่ไม่มีรุ่นไหนที่ยิ่งใหญ่เท่ารุ่นนี้ Pitch Perfect เป็นภาพยนตร์แนวไลฟ์มิวสิคเคิล ออกฉายในปี 2012 สามารถกวาดรายได้กว่า 250 ล้านดอลลาห์ นอกจากนี้ในภาคที่ 2 ออกฉายในปี 2014 ที่ทำรายได้สูงถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นแท่นหนังแนวไลฟ์มิวสิคเคิลทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาล นอกจากนี้ยังพ่วงคำวิจารณ์จากสื่อมวลชนและคำชมจากผู้ชมมากมายทั้ง บทที่สนุกและเพลงที่เพราะมากโดยเฉพาะเพลง Flashlight ขับร้องโดย Jessie J ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมมากจนติดท็อปชาร์ทรวมถึงยังมีรายชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้วย ไม่น่าแปลกใจที่ทางสตูดิโออย่าง Universal ไฟเขียวให้สร้างภาคต่อทันที ทั้งนี้สตูดิโอก็มีแผนจะสร้างภาคต่ออีกหลายภาคแต่ดูเหมือนผู้สร้างจะไม่เห็นด้วยในการสร้างภาคต่อหลายภาค จึงยืนยันว่าจะสร้างสิ้นสุดในภาคที่ 3 ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ทางสตูดิโอเจรจาให้ อลิซาเบ็ธ แบงค์ส กลับมารับหน้าที่ผู้กำกับเช่นเดียวกับภาคสองซึ่งทำรายได้และกำไรให้กับสตูดิโออย่างมาก แต่ทางนักแสดงสาวยืนยันว่าไม่กลับมากำกับแต่จะนั่งตำแหน่งโปรดิวเซอร์แทน และส่งไม้ต่อให้กับ ทริช ซี ผู้กำกับคนใหม่ และยังคงได้นักแสดงชุดเดิมไม่ว่าจะเป็น แอนนา เคนดริก, เรเบล วิลสัน, บริทนีย์ สโนว์, แอนนา แคมป์, เฮลีย์ สไตน์เฟลด์ ซึ่งในภาคที่ 3 ยังคงบทเพลงใหม่ที่ไพเราะและมุกตลกของบทเช่นเดิม โดยภาคที่ 3 จะแตกต่างจะทั้ง 2 ภาคคือจะมีภารกิจเสี่ยงตายของเหล่าสาวเบลล่าของมาเกี่ยวข้องด้วย

Pitch Perfect 3 เป็นเรื่องราวของเหล่าสาวๆจากชมรมเบลล่าที่จบการศึกษาและแยกย้ายออกสู่โลกแห่งความจริง แต่พวกเธอพบว่าไม่มีงานไหนที่เหมาะกับพวกเธอ ต่อมาหนึ่งในสมาชิกของชมรมได้เชิญทั้งหมดมารวมตัวกันอีกครั้ง โดยมีงานคอนเสริต์ใหญ่ที่อังกฤษ โดยพวกเธอทั้งหมดตัดสินใจเดินทางไปต่างประเทศเพื่อแข่งขันร้องอะแคปเปลลาระดับนานาชาติ ที่จัดขึ้นในฐานทัพอากาศของอังกฤษ ทั้งนี้เหล่าสาวเบลล่าต้องร่วมมือกันแต่งเพลงขึ้นมาเพื่อให้แตกต่างจากที่พวกเธอร้องมา นอกจากต้องร่วมแข่งขันกับทีมอื่นๆแล้ว พวกเธอยังต้องเสี่ยงภารกิจจากการไล่ล่าของเหล่าผู้ร้ายกลุ่มหนึ่งที่หมายจะขัดขวางงานคอนเสิร์ตครั้งนี้ด้วย

{ Comments are closed }

พาราเมาท์ ประกาศสร้าง G.I.Joe ฉบับรีบูตจ่อคิวฉาย 2020

G.I. Joe

หลังจากที่ประสบความสำเร็จของรายได้ทั้งสองภาคอย่าง G.I. Joe: The Rise of Cobra (2009) และ G.I. Joe: Retaliation (2013) นั้นจนทำให้มีแฟนๆหลายคนรอคอยภาคต่อมายาวนานจนกระทั่งข่าวก็เงียบไป ล่าสุดทางสตูดิโอ พาราเมาท์ พิคเจอร์ส และ Hasbro ประกาศงานสร้าง  G.I.Joe อีกครั้งโดยคราวนี้จะมาในฉบับรีบูตเตรียมยกเนื้อเรื่องใหม่หรือจะต่อยอดเป็นภาคต่อผสมรีบูตด้วยซึ่งทางผู้สร้างยังไม่เปิดเผยรายละเอียด ทั้งนี้ก็เผยว่าหนังมีกำหนดฉาย 27 มีนาคม 2020 ทั้งนี้ภาพยนตร์เรื่อง G.I.Joe นั้นเป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมากจากการ์ตูนของค่าย Hasbro ค่ายเดียวกับ Transformers เขียนโดย Larry Hama ทั้งนี้มีข่าวว่าทางสตูดิโอและทีมงานสร้างกำลังพูดคุยเจรจาทิศทางของแผนงานสร้างว่าจะไปอยู่ในทิศทางใด รวมถึงอาจจะยกเนื้อเรื่องใหม่ทั้งหมดซึ่งทาง พาราเมาท์ พิคเจอร์ส และ Hasbro ดูเหมือนจะพยายามให้เนื้อเรื่องมีการเชื่อมโยงเป็นจักรวาลภาพยนตร์อีก 5 เรื่อง ของ Hasbro ได้แก่ Micronauts, Visinaries, ROM, M.A.S.K. (Mobile Armored Strike Kommand)  ซึ่งทางสตูดิโอพยายามให้เป็นการเชื่อมต่อจักรวาลภาพยนตร์เช่นเดียวกับ มาร์เวล, The Conjuring, DC และ Drak Univer ทั้งนี้ทางสตูดิโอพยยามคาดหวังให้ G.I. Joe ฉบับรีบูตให้เป็นหนึ่งเดียว และทำผลงานใหม่ออกมามีคุณภาพมากที่สุดทั้งนี้ภาพยนตร์ทั้ง 5 เรื่องนั้นก็คงมีกำหนดฉายและถ่ายทำห่างออกไปหลายปีเช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะกำหนดฉายไล่เลี่ยกันในปี 2020 โดยมีการประกาศวันฉายมาแล้วเช่น Micronauts กำหนดฉายวันที่ 16 ตุลาคม 2020, Dungeons & Dragons กำหนดฉายวันที่ 23 กรกฎาคม 2021 โดย G.I. Joe ฉบับรีบูต กำหนดฉาย 27 มีนาคม 2020 โดยมีภาพยนตร์อีกเรื่องของ Hasbro เรื่อง Bumblebee หนังภาคแยกจาก Transformers เตรียมเข้าฉาย 21 ธันวาคม 2018 สำหรับ G.I. Joe ฉบับรีบูต ยังไม่เปิดเผยรายชื่อผู้กำกับ, ผู้เขียนบท รวมถึงนักแสดง ซึ่งไม่ว่าจะเป็น เดอะร็อค หรือ บรูซ วิลลิส ที่จะกลับมาเล่นในภาคนี้หรือไม่

G.I. Joe ออกฉายครั้งแรกในปี 2009 ใช้ชื่อว่า G.I. Joe: the Rise of Cobra ซึ่งดัดแปลงมาจากการ์ตูนเรื่อง G.I. Joe: A Real American Hero ของ ฮาสโบล (Hasbro) กำกับโดย สตีเฟน ซอมเมอส์ โดยยึดตัวละครหลักคือ  ดู๊กและริปคอร์ด ซึ่งเป็นตัวละครและของเล่น ทหารอเมริกัน 2 คน ซึ่งตัวบทก็ได้รับการปรึกษาจาก แลร์รี ฮามา ผู้เขียนการ์ตูน มาร่วมเป็นที่ปรึกษาด้านครีเอทีฟด้วย โดยเมื่อภาพยนตร์ออกฉายสามารถทำรายได้กว่า 350 ล้านดอลลาร์ทั่วโลกและเปิดตัวขึ้นอันดับ 1 บ็อกซ์ออฟฟิศซึ่งภาพยนตร์ก็ได้รับคำวิจารณ์ทั้งด้านบวกและลบต่างกันไป นอกจากนี้ยังมีภาคต่อตามออกมาในปี 2013 G.I. Joe: Retaliation โดยหนังทำรายได้ทั่วโลก 325 ล้านดอลลาร์ ซึ่งก็ยังคงดัดแปลงจาก การ์ตูนเรื่อง G.I. Joe: A Real American Hero เช่นกันหลังจากนั้นก็มีข่าวการสร้างภาคต่อและกำหนดฉายตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งข่าวก็เงียบไป

{ Comments are closed }

The Nutcracker and the Four Realms หนังแฟนตาซี-ผจญภัยเรื่องใหม่ของดีสนี่ย์

The Nutcracker and the Four Realms

ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาแล้วกับหนังเรื่อง The Nutcracker and the Four Realms หรือชื่อไทย เดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์ ผลงานเรื่องใหม่ของค่าย ดิสนี่ย์ ซึ่งดัดแปลงจากนิยายสุดคลาสสิคเรื่อง  The Nutcracker and the Mouse King เมื่อปี 1816 ของนักเขียน อี.ที.เอ. ฮอฟฟ์แมนน์ (E.T.A. Hoffmann) กำกับโดย ลัสเซ่ ฮัลสตอร์ม (Lasse Hallström) จาก Hachi: A Dog’s Tale รวมถึงยังได้นักแสดงคุณภาพอย่าง เคียร่า ไนท์ลีย์, มอร์แกน ฟรีแมน และ แม็คเคนซี่ ฟรอย์ (จาก Twilight ,  The Conjuring และ Interstellar) แสดงนำโดยจะพาผู้ชมท่องไปยังดินแดนมหัศจรรย์ทั้งสี่อาณาจักร ทั้งนี้ทางดิสนี่ย์นั้นไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดหรือแผนงานสร้างเลย จนกระทั่งปล่อยตัวอย่างแรกออกมาเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2017 ที่ผ่านมาซึ่งนับว่าเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่น่าดูและจะทำรายได้มหาศาลอย่างแน่นอน

The Nutcracker and the Four Realms หรือ เดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์ เป็นเรื่องราวของ คลาร่า (แม็คเคนซี่ ฟรอย์) เด็กสาว ต้องตามหากุญแจวิเศษที่หายไปซึ่งกุญแจนี้สามารถเปิดปล่องของขวัญล้ำค่าที่คุณแม่ผู้ล่วงลับให้แก่เธอไว้ นอกจากนี้เธอยังได้รับด้ายทองคำวิเศษจาก พ่อทูนหัว (มอร์แกน ฟรีแมน) ในงานปาร์ตี้วันหยุดประจำปี ที่นำพาเธอไปยังประตูมิติอีกแห่งหนึ่งอันน่าพิศวง ซึ่งประกอบไปด้วยอาณาจักรทั้ง 4 อาณาจักรได้แก่ ดินแดนเกล็ดหิมะ, ดินแดนดอกไม้, ดินแดนของหวาน และดินแดนที่สี่ ซึ่งในแต่ละดินแดน คราล่าต้องฝ่าอุปสรรคต่างๆเพื่อเข้าไปยัง ดินแดนที่สี่ ซึ่งเป็นดินแดนสุดท้ายของ Mother Ginger เพื่อหากุญแจที่หายไปและนำมันกลับมายังโลกของเธอก่อนจะไม่สามารถเดินทางกลับมาได้ซึ่งคราล่าก็ได้รับความช่วยเหลือจาก นางฟ้าชูการ์พลัม (เคียร่า ไนท์ลีย์) เพื่อผจญภัยยังดินแดนต่างๆทั้ง 4 เพื่อนำกุญแจที่หายไปกลับมาเปิดกล่องของขวัญอันล้ำค่าที่แม่เธอมอบให้ สำหรับ The Nutcracker and the Four Realms มีคิวฉายในเดือนพฤศจิกายน 2018

ทั้งนี้ดิสนี่ย์มีหนังฟอร์มใหญ่มากมายที่มีคิวฉายในปี 2018 เช่น Avengers: Infinity War Part I, Black Panther, Toy Story 4, Han Solo : A Star Wars Story ซึ่งภาพยนตร์ส่วนใหญ่จะเป็นภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวล ทั้งนี้ก็มีแอนิเมชั่นที่กำลังจ่อคิวฉายในปี 2018 ของดิสนี่ย์ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อว่ามีเรื่องใดบ้าง โดยก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยรายชื่อแอนิเมชั่นและภาพยนตร์ภายใต้งานสร้างของดิสนี่ย์ตั้งแต่ปี 2016 ยาวจนถึงปี 2021 ทั้งนี้หลังจากที่ดิสนี่ย์ซื้อกิจการจาก FOX แล้วเชื่อว่ายังมีภาพยนตร์อีกหลายเรื่องที่ตอนนี้กำลังอยู่ในแผนงานสร้าง ซึ่งก็มีจำนวนมากที่กำลังอยู่ในช่วงเจรจาโปรเจคต่างๆ รวมถึงภาพยนตร์ไลฟ์แอ็คชั่นที่ดิสนี่ย์จะนำการ์ตูนคลาสสิคในอดีตมาสร้างใหม่เป็นฉบับคนแสดงซึ่งตอนนี้ก็ประกาศสร้างไปแล้ว เช่น อลาดิน, เดอะลิทเติล เมอร์เมท, มู่หลาน

{ Comments are closed }

เลียม นีสัน ฝ่าเส้นตายอีกครั้งในรถไฟนรก จาก The Commuter

เลียม นีสัน

เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ต้นปี 2018 ที่น่าสนใจอย่าง The Commuter ผลงานกำกับของ โจเม่ คอลเลต เซอร์ร่า ผู้กำกับที่เคยสร้างความระทึกมาแล้วใน Non – Stop และ The Shallows กลับมาคราวนี้เขาได้คิดพล็อตใหม่อีกครั้งบนรถไฟด่วนและได้นักแสดงอย่าง เลียม นีสัน ที่เคยร่วมงานมาแล้วใน Non – Stop ด้วย ทั้งนี้ตัวทีเซอร์แรกได้ถูกปล่อยออกมาตั้งแต่ปี 2017 แล้วซึ่งล่าสุดก็ปล่อยตัวอย่างที่สองออกมาให้แฟนได้ชมความระทึกแบบเต็มๆอีกครั้งซึ่งก็เรียกว่าตัวอย่างจัดเต็มทั้งความระทึก และ แอ็คชั่นผสมกันอย่างลงตัว ทั้งนี้ เลียม นีสัน รับบทเป็นพนักงานบริษัทธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากเรื่อง Non – Stop ที่เขารับบทเป็นนายตำรวจอากาศที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบิน ซึ่งตัวอย่างใหม่ก็จัดว่าจัดเต็มมากเพื่อต้อนรับศักราชใหม่ รวมทั้งความกดดันต่างๆในเรื่องตามสไตล์ผู้กำกับรายนี้ สำหรับ เลียม นีสัน นั้นเคยร่วมงานกับ ผู้กำกับ โจเม่ คอลเลต เซอร์ร่า มาแล้วถึง 3 ครั้งก่อนหน้านี้อย่าง Unknown, Non-Stop และ Run All Night โดย The Commuter เป็นเรื่องที่ 4 ของเขาและ เซอร์ร่า ทั้งนี้สำหรับผลงานของ โจเม่ คอลเลต เซอร์ร่า นั้นเป็นหนังที่ทุนสร้างไม่สูงนักและถือว่าเป็นหนังฟอร์มเล็ก แต่เป็นหนังที่อัดแน่นด้วยคุณภาพและโกยรายได้ คำวิจารณ์มาแล้วไม่ว่าจะเป็น Non-Stop, The Shallows ที่ได้คำวิจารณ์ในด้านบวกมากมายมาแล้ว นอกจาก เลียม นีสัน แสดงนำแล้วยังได้นักแสดงมากฝีมือไม่ว่าจะเป็น เวรา ฟาร์มิกา จาก Up in the Air, The Conjuring, แพทริค วิลสัน จาก Insidious, Watchmen และ The Conjuring, แซม นีล จาก Escape Plan, Jurassic Park

สำหรับ The Commuter  เป็นเรื่องราวของ ไมเคิล (เลียม นีสัน) พนักงานบริษัทธรรมดาที่เขาไป-กลับบ้านด้วยการนั่งรถไฟด่วนเป็นกิจวัตร แต่เมื่อวันหนึ่งขณะที่เขากำลังเดินทางไปทำงานเหมือนอย่างที่ทำทุกวัน แต่แล้วเขาได้พูดคุยกับผู้หญิงลึกลับคนหนึ่งชื่อว่า โจแอนนา (เวรา ฟาร์มิกา) เธอยื่นข้อเสนอบางอย่างให้เขาในการเปิดเผยตัวตันบุคคลลึกลับคนหนึ่งที่ไม่ควรอยู่บนรถไฟสายนี้ เพื่อแลกกับเงินจำนวนมากแต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อมีบุคคลอีกกลุ่มกำลังวางแผนทำให้รถไฟสายนี้ตกรางและเกิดอุบัติเหตุใหญ่ในเมืองด้วย ไมเคิล ต้องหาทางหาตัวบุคคลลึกลับที่บงการก่อนจะสายเกินไปทั้งชีวิตเขาและผู้โดยสารจำนวนมากบนรถไฟขบวนนี้ ด้วยการแข่งกับเวลาที่น้อยลงทุกที จำนวนชีวิตที่ถูกเอามาเดิมพันในเกมกลับมีมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของเขาและคนใกล้ตัว เขาต้องรับไขปริศนาก่อนที่รถไฟขบวนนี้จะเป็นโศกนาฏกรรมครั้งร้ายแรงที่สุด  The Commuter   เข้าฉาย 18 มกราคม 2018

{ Comments are closed }

เจ.เจ. อับรามส์ เดินหน้าถ่ายทำ Star Wars 9 พร้อมชื่อตอนใหม่

Star Wars 9

เจ.เจ. อับรามส์  ผู้กำกับชื่อดังเตรียมกลับมานั่งตำแหน่งกำกับ Star Wars 9 อีกครั้ง โดย Star Wars 8 ทำรายได้ทั่วโลกแล้วกว่า 7,000 ล้านบาท ซึ่งทางดิสนี่ย์ก็ไฟเขียวให้เดินหน้าถ่ายทำต่อทันที แถมเตรียมเปิดกล้องต้นปี 2018 แล้วนอกจากนี้ทาง เจ.เจ. อับรามส์  ก็เผยชื่อตอนของภาคนี้ด้วย ทั้งนี้ด้วยรายได้และคำวิจารณ์ พ่วงด้วยกระแสแรงของ Star Wars: The Last Jedi ที่กำลังเข้าฉายในขณะนี้นอกจากนี้ยังทำรายได้ทั่วโลกไปแล้ว ณ ตอนนี้ 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7,000 ล้านบาท พร้อมทั้งทำรายได้เปิดตัวถึง 200 ล้านดอลลาร์ในบ้านเกิดทำลายสถิติ Beauty and the Beast ที่เปิดตัวด้วยรายได้ 174 ล้านดอลลาร์ ขึ้นทะยานอันดับ 1 ของตาราง Box Office ในเดือนธันวาคมและกำลังจะขึ้นแท่นหนึ่งทำเงินสูงสุดของปี 2017 ซึ่งอาจล่มแชมป์เก่าอย่าง Beauty and the Beast ที่จบรายได้กว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังทำรายได้สัปดาห์แรกในไทยแล้ว 54 ล้านบาท ขึ้นอันดับหนึ่งของตารางเรียบร้อย นอกจากกระแสและรายได้บ้านเกิด ยังรวมรายได้ต่างประเทศอีกมากมายซึ่งยังคงทำรายได้อย่างต่อเนื่องด้วย ล่าสุดทางสตูดิโอดิสนี่ย์ก็เป็นปลื้มไม่น้อยและแน่นอนว่าไฟเขียวให้สร้างภาคต่อทันทีตามแผนที่วางไว้ โดยได้ เจ.เจ. อับรามส์   ผู้กำกับจาก Star Wars: The Force Awaken ที่ทำรายได้กว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ขึ้นแท่นหนังทำเงินอันดับ 3 ตลอดกาลไปแล้ว แน่นอนว่าหลังจากจบภาคดังกล่าวเขาก็ส่งไม้ต่อให้กับผู้กำกับ Rian Johnson ในภาคที่ 8 แทน

ล่าสุดทางสตูดิโอก็ได้เผยภาพนิ่งเป็นตัวเลขโรมันซึ่งหมายถึงเลข 9 พร้อมกับโพสแคปชั่นจาก เจ.เจ. อับรามส์ ด้วยว่าเขาจะกลับมากำกับอีกครั้ง นอกจากนี้เขายังเผยชื่อตอนใหม่ของภาค 9 นี้ด้วยโดยร่างชื่อตอนชั่วคราวว่า Black Diamond ทั้งนี้ก็ยังไม่มีการยืนยันว่าชื่อตอนนี้จะเป็นชื่อตอนอย่างเป็นทางการของ Star Wars 9 หรือไม่ แต่ทางผู้กำกับเผยว่าในภาคที่ 9 จะมีเรื่องราวที่ไม่เหมือนภาคก่อนๆที่ผ่านมาและจะพาผู้ชมเข้าสู่จักรวาลอีกด้านหนึ่งที่ไม่เคยเห็นในภาคไหนๆมาก่อน ซึ่งหากว่าภาคที่ 9 ประสบความสำเร็จก็อาจจะเป็นการปูเรื่องราวไปสู่ไตรภาคใหม่ของ Star Wars ก็ได้ ทั้งนี้สำหรับ Star Wars 9 มีกำหนดเปิดกล้องและถ่ายทำในต้นปี 2018 ที่จะถึงนี้โดยวางกำหนดฉายไว้ที่ 20 ธันวาคม 2019 ทั้งนี้ชื่อตอนยังคงเป็นชื่อที่ตั้งไว้ชั่วคราวโดยแฟนๆคงต้องรอคอยกันต่อไปว่าจะใช้ชื่อตอนใหม่หรือจะใช้ชื่อตอนที่ผู้กำกับเป็นผู้ตั้ง สำหรับปี 2018 แฟนๆยังคงได้เห็นจักรวาล สตาร์ วอร์ส เรื่อง Han Solo : A Star Wars Story ซึ่งเป็นหนังเดี่ยวของตัวละครอย่าง ฮัน โซโล มีคิวฉาย 25 พฤษภาคม 2018

{ Comments are closed }

ดิสนี่ย์ประกาศ Deadpool ยังคงใช้เรท R เช่นเดิม

Deadpool

หลังจากที่ดิสนี่ย์ลงทุนมหาศาลกว่า 5 ล้านล้านบาทซื้อกิจการของสตูดิโอ 20th Century FOX ซึ่งคาดว่าจะได้เข้ามาควบคุมกิจการอย่างเบ็ดเสร็จในช่วงปี 2020 การซื้อกิจการครั้งนี้ของดิสนี่ย์กลายเป็นที่น่าจับตามมองของแฟนๆ และแฟนหนังทั่วโลกซึ่งนับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการภาพยนตร์และสตูดิโอดิสนี่ย์จะกลายเป็นสตูดิโอยักษ์ใหญ่ที่สุดของฮอลลีวู้ดในปัจจุบันหลังจากที่ซื้อกิจการของ ลูคัส ฟิล์ม ในปี 2012 และได้ลิขสิทธิ์หนังชุดสตาร์ วอร์ส มาครอบครองได้สำเร็จ ทั้งนี้จากการที่ดีสนี่ย์ได้ FOX มาครองแล้วแน่นอนว่าก็ได้ลิขสิทธิ์หนังใหญ่มากมายทั้งฟอร์มเล็ก ฟอร์มใหญ่มากมาย รวมถึงหนังฮีโร่ของมาร์เวลอย่าง Fantastic four, X-Men และ Deadpool ที่ได้กลับมารวมจักรวาลเดียวกับดิสนี่ย์และมาร์เวลแล้ว ทั้งนี้แฟนๆหนังฮีโร่ทั้ง X-Men และ Deadpool ต่างก็มีคำถามที่ว่าค่ายโลกสวยอย่างดิสนี่ย์จะทำให้ฮีโร่ทั้งสองนี้กลายเป็นเรททั่วไปหรือเปล่าโดยเฉพาะ Deadpool ที่ภาคแรกนั้นถูกสร้างเป็น เรท R ที่อุดมไปด้วยความรุนแรง เลือดสาด และฉากโป๊เปลือยของพระเอกด้วย ล่าสุดใน Deadpool 2 ที่กำลังเข้าฉายนั้นแฟนๆต่างหวั่นๆว่าดิสนี่ย์จะเปลี่ยนให้มีการลดความรุนแรงลงหรือไม่ ล่าสุดดิสนี่ย์ออกมาเผยแล้วว่า Deadpool 2 นั้นยังคงได้เรท R เหมือนเดิม ซึ่งก่อนหน้านี้หนังซุปเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวลนั้นอยู่ภายใต้การดูแลของดีสนี่ย์ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรท G หรือ PG และ PG-13 ทั้งนี้แฟนๆกลัวว่าหนังเรื่องดังกล่าวจะถูกลดความรุนแรงเหลือเป็น PG-13 หรือไม่ ล่าสุดจากการประชุม CEO ของดิสนี่ย์ กล่าวว่า หนัง Deadpool 2 ยังคงเป็นเรท R และทีมงานยังคงไฟเขียวให้สร้างต่อไป ซึ่งเขาได้ระบุว่าฮีโร่สุดเกรียนอย่าง Deadpool นั้นเป็นที่นิยมอย่างมากและเป็นหนึ่งในสินค้าของมาร์เวลที่ขายดีมากด้วย แถมหนังภาคก่อนยังทำรายได้สูงรวมถึงคำวิจารณ์ในด้านบวกด้วย ซึ่งการที่มีหนังฮีโร่เป็นเรท R นั้นถือว่าเป็นสิ่งใหม่ของแฟนๆ ที่ฉากแอ็คชั่นต่างๆมีความสะใจมากยิ่งขึ้น แตกต่างจากหนังฮีโร่ของมาร์เวลเรื่องอื่นๆอย่างสิ้นเชิง นอกจาก Deadpool แล้วยังมีเรื่องอื่นของมาร์เวลที่เป็นเรท R อย่าง Logan , X-Men ซึ่งกวาดรายได้และคำวิจารณ์ในด้านบวกอย่างมากจัดว่าเป็นผลตอบรับแฟนๆได้อย่างดี แน่นอนว่าดีสนี่ยมาถูกทางแล้ว ก่อนหน้านี้หลังจากที่ดิสนี่ย์ได้ลิขสิทธิ์หนัง Deadpool ทาง Ryan Reynolds นักแสดงนำจากหนัง ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการ FOX จาก ดิสนี่ย์ ซึ่งเขาได้โพสภาพผ่านทาง Twitter เป็นรูป Deadpool ถูกตำรวจจับกุมและถูกไล่ออกจาก Disneyland  สำหรับ Deadpool ทำรายได้ทั่วโลกกว่า 783 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2016

{ Comments are closed }

Universal Pictures ครองอันดับ 3 สตูดิโอทำเงินทั่วโลกกว่า 5 พันล้านเหรียญฯ ในปี 2017

Universal Pictures

Universal Pictures อีกหนึ่งสตูดิโอยักษ์ใหญ่ของฮอลลีวู้ดที่ครองลิขสิทธิ์อย่าง Fate & Furious, Jurassic Park และ The Mummy กลายเป็นสตูดิโอทำเงินสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของปี 2017 เป็นรองจากค่าย ดิสนี่ย์ และ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ซึ่งกระแสความแรงของ The Fate of the Furious ที่จบด้วยรายได้ทั่วโลก 1.23 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้สตูดิโด Universal Pictures เป็นอีกหนึ่งสตูดิโอที่มีหนังฟอร์มเล็ก, ฟอร์มใหญ่ออกฉายนับไม่ถ้วนแต่ละเรื่องก็สามารถทำรายได้เข้ากระเป๋าสตูดิโอเป็นกอบเป็นกำ ทั้งนี้เมื่อปี 2015 สตูดิโอสามารถครองแชมป์อันดับ 2 ของปีจากกระแสแรงของ Jurassic World ที่จบด้วยทำรายสูงถึง 1,672 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นแท่นหนังทำเงินอันดับ 4 หนังทำเงินสูงที่สุดตลอดกาล และอันดับ 2 หนังทำเงินแห่งปี 2015 รองจาก Star Wars: The Force Awakens ของดิสนี่ย์ แม้ว่าในปี 2017  Universal Pictures จะอยู่อันดับสามค่ายหนังทำเงินก็ตาม แต่เป็นเพียงสตูดิโอเดียวที่มีหนังทำรายได้ระดับ 1 พันล้านดอลลาร์มากกว่า 2 เรื่อง โดยในปี 2017 หนังทำเงินของสตูดิโอได้แก่ Fast & Furious 8 และ Despicable Me 3 กวาดรายได้ 1,238 ล้านดอลลาห์ และ 1,033 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ ตามมาด้วยหนังฉบับรีบูตอย่าง The Mummy ที่ทำรายได้แบบเฉียดฉิว 409 ล้านดอลลาห์  ซึ่งก็สามารถให้โปรเจคของค่ายอย่าง Dark Univer เดินหน้าต่อไปได้ และอันดับ 4 หนังภาคต่อสุดสยิวอย่าง Fifty Shades Darker  380 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่ทำรายได้น่าพอใจแม้ว่ากระแสจะถดถอยลงจากภาคแรกก็ตาม นอกจากนี้แล้วสตูดิโอยังได้รายได้จากหนังฟอร์มเล็กไม่ว่าจะเป็น Split, Get Out และ Happy Death Day ที่จัดว่าประสบความสำเร็จด้านรายได้อย่างมากจากการลงทุนเพียงน้อยนิด สำหรับทางดิสนี่ย์ยังคงรั้งอันดับหนึ่งไว้เหนียวแน่นแม้ว่ามีเพียง Beauty and the Beast เพียงเรื่องเดียวที่ทำรายได้ 1,263 ล้านดอลลาร์สหรัฐในตอนนี้ แต่ก็ยังเหลืออีกเรื่องคือ Star Wars The Last Jedi ที่กำลังเข้าฉายในขณะนี้ซึ่งมาดูกันว่าภาคนี้จะขึ้นอันดับหนึ่งหนังทำเงินสูงสุดของปี 2017 นี้ได้หรือไม่ มาดูทางค่าย Warner Bros. ซึ่งหนังทำเงินสูงที่สุดของค่ายในปีนี้คงจะเป็นฮีโร่สาวอย่าง Wonder Woman ที่กวาดรายได้ทั่วโลกกว่า 821 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แถมยังเรียกกระแสและคำวิจารณ์ในด้านบวกอีกด้วย ตามมาด้วย Dunkirk ของคริสโตเฟอร์ โนแลนด์ ที่ปิดด้วยรายได้ 525 ล้านดอลลาร์จากทุนสร้าง 100 ล้านดอลลาร์ และหนังรวมซุปเปอร์ฮีโร่ของ DC อย่าง Justice League ที่พอได้กำไรบ้างด้วยรายได้ 614 ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้าง 300 ล้านดอลลาร์แต่กระแสกลับเงียบ ปิดท้ายจากค่าย Paramount ที่ส่งหนังภาคต่อฟอร์มยักษ์ Transformers: The Last Knight  น่าเสียดายที่กระแสไม่แรงเท่าที่ควรปิดท้ายด้วยรายได้ 605 ล้านดอลลาร์

{ Comments are closed }

ปิดดีล Disney ได้ลิขสิทธิ์หนังเรื่องใดจาก Fox บ้าง

Disney

จัดว่าเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง ดีสนี่ย์ ที่ตอนนี้ได้ลงทุนกว่า 1.6 ล้านล้านบาทในการซื้อกิจการของ 20th Century Fox สตูดิโอใหญ่ของฮอลลีวู้ดนอกจากได้กิจการของ Fox แล้วยังได้ลิขสิทธิ์หนังใหญ่ของ Fox มากมายทั้งฟอร์มเล็ก, ฟอร์มใหญ่ รวมถึงแอนนิเมชั้น และ เคเบิลทีวี, โทรทัศน์ จัดว่าลงทุนทีเดียวได้สุดคุ้มจริงๆ แน่นอนอว่าธุรกิจภาพยนตร์เป็นอะไรที่ไม่แน่นอน การคว้านซื้อกิจการใหญ่สตูดิโอของฮอลลีวู้ดจากดิสนี่ย์นั้นทำให้ ดิสนี่ย์ จัดว่าเป็นค่ายภาพยนตร์รายใหญ่ที่สุดของวงการภาพยนตร์ไปแล้ว ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ทาง ดีสนี่ย์ ต้องการลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ฮีโร่ของมาร์เวลอย่าง X-Men, Fantastic Four และ  Deadpool แต่สำหรับ Fantastic Four ลิขสิทธิ์ยังอยู่ของ Constantine Films ซึ่ง Fox เป็นผู้สร้างเท่านั้นทั้งนี้คงต้องรอดูว่าฮีโร่อย่าง  Fantastic Four จะกลับมาอยู่กับ ดีสนี่ย์ หรือไม่ แต่แน่นอนว่าฮีโร่ 4 พลังคนกายสิทธิ์นี้จะได้มาอยู่กับดีสนี่ย์อย่างแน่นอนและเมื่อได้มาอยู่ในมือดิสนี่ย์เราอาจจะได้เห็นเวอร์ชั่นใหม่ของ Fantastic Four แน่นอน และฮีโร่สุดเกรียนอย่าง เรด วิลสัน จาก Deadpool ซึ่งเป็นเรท R ทั้งนี้ทำให้แฟนๆกลัวว่าการได้มาอยู่กับดีสนี่ย์อาจทำให้ลดเรทลงไป แต่ทั้งนี้จากคำยืนยันจาก Fox ว่า Deadpool ภาคต่อไปจะไปเรท R เหมือนเดิม นอกจากดีสนี่ย์จะได้ลิขสิทธิ์หนังฮีโร่ดังๆกลับมาในอ้อมกอดมาร์เวลแล้ว ดีสนี่ย์ยังได้ลิขสิทธิ์หนังใหญ่สำหรับจัดจำหน่ายอื่นๆอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น หนังอภิมหาฟอร์มยักษ์อย่าง Avatar หนังไซไฟสุดอลังกาล Planet of the Apes, The Martian, Artemis, Independence Day รวมถึงหนังไซ-ไฟ สยองขวัญอย่าง Alien and Predator, Die Hard, Red Sparrow, และ Kingsman  หนังแอนิเมชั่นอย่าง Ice Age หนังครอบครัวและผจญภัยอย่าง Alvin and the Chipmunks, Doctor Dolittle, Home Alone, Night at the Museum และ The Chronicles of Narnia และ  Percy Jackson นอกจากนี้ยังรวมถึง หนังไตรภาคใหม่อย่าง สตาร์วอร์ส รวมถึงไตรภาคดั้งเดิมทั้งหมดอีกด้วย แม้ว่าดีสนี่ย์จะได้ลิขสิทธิ์หนังดังฟอร์มใหญ่ ฟอร์มยักษ์มากมาย แต่น่าเสียดายที่ดีสนี่ย์ไม่ได้ลิขสิทธิ์หนังดังอย่าง Titanic หนังอมตะตลอดกาลแม้ว่าหนังเป็นของ Fox แต่ลิขสิทธิ์หนังครึ่งหนึ่งยังเป็นของ Paramount Picture ทั้งนี้แม้ว่าตอนนี้ลิขสิทธิ์ธุรกิจของ Fox จะอยู่ในมือของดิสนี่ย์แล้ว แต่ตอนนี้ทางดิสนี่ย์ยังคงดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจซึ่งคาดว่าดิสนี่ย์จะจัดการเบ็ดเสร็จครอบคลุมทั้งหมดในปี 2021 แน่นอนว่าการรวมตัวกันของสองค่ายยักษ์แห่งฮอลลีวู้ดนั้นจะการันตีได้ว่าแฟนๆจะได้ผลงานคุณภาพของภาพยนตร์มากมายที่จะเข้าฉายในอนาคตอย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมีโปรเจคเผยออกมาบ้างแล้วด้วย ซึ่งแฟนๆคงต้องรอคอยข่าวต่อไปว่าจะมีภาพยนตร์เรื่องใดที่น่าสนใจบ้าง

{ Comments are closed }