Coco ครองแชมป์แอนิเมชั่นทำเงินสูงสุดส่งท้ายปี 2017

coco

จัดว่าเป็นหนังแอนิเมชั่นภายใต้การดูแลของ ดิสนี่ย์ และ พิกซาร์ อย่างเรื่อง Coco แอนิเมชั่นครอบครัวส่งท้ายปี 2017 แม้ว่ากระแสจะดูเงียบในไทยแต่กระแสกลับแรงมากในต่างประเทศพร้อมด้วยรายได้สูงสุดอันดับ 1 ของตาราง 2 สัปดาห์ติดต่อกันล่าสุดกวาดรายได้ทั่วโลกแล้ว 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นแท่นหนังแอนิเมชั่นทำเงินสูงที่สุดท้ายปี 2017 ด้วยรายได้รวมแล้ว 390 ล้านดอลลาร์ และหนังยังคงฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์ในขณะนี้ ตามมาด้วย Justice League 16.6 ล้านเหรียญ (รายได้ 2 สัปดาห์) และรายได้รวมแล้ว 614 ล้านดอลลาร์ และหนังครอบครัวสุดอบอุ่นกระแสแรงมากอย่าง Wonder  12.5 ล้านดอลลาร์ (รายได้ 2 สัปดาห์) และรายได้รวมทั่วโลก 100. 3 ล้านดอลลาร์จากทุนสร้าง 20 ล้านดอลลาร์ ในส่วนของ Thor: Ragnarok ซุปเปอร์ฮีโร่จากมาร์เวล 9.6 ล้านดอลลาร์ (รายได้ 2 สัปดาห์) โดยรายได้รวมก็เป็นที่น่าพอใจด้วยรายได้ทั่วโลก 816 ล้านดอลลาร์ และตามมาด้วยหนังฆาตกรรมสืบสวน สอบสวน อย่าง Murder of the Orient Express ที่ปิดรายได้ทั่วโลก 211 ล้านดอลลาร์จากทุนสร้าง 55 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรายได้หนังช่วงปลายปีนี้ยังไม่จบเพียงเท่านี้ซึ่งหนังที่ยังฉายอยู่อย่าง Star Wars The Last Jedi ที่ยังทำรายได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงหนังภาคต่ออย่าง Jumanji Welcome to the Jungle ที่จะเข้าฉายช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้ด้วย สำหรับเรื่อง Coco ตอนนี้ยังคงฉายในโรงภาพยนตร์เป็นแอนิเมชั่นภายใต้งานสร้างของ พิกซาร์ และการดูแลของดิสนี่ย์  เป็นภาพยนตร์เพลงคอมพิวเตอร์แอนิเมชันสามมิติแนวจินตนิมิตโดยเนื้อเรื่องอิงจากประเพณีโบราณของประเทศเม็กซิโก ซึ่งนับว่าเป็นแอนนิเมชั่นของพิกซาร์ที่นำเสนอเรื่องราวที่แตกต่างจากเรื่องอื่นๆโดยการนำเอาประเพณี วัฒนธรรมจากประเทศอื่นเข้ามาสร้าง

Coco เป็นเรื่องราวของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง เขาอาศัยกับครอบครัวในประเทศเม็กซิโก และเขาชื่นชอบนักดนตรีผู้หนึ่งที่ล่วงลับไปแล้วแต่ครอบครัวเขากลับไม่ชอบอะไรที่เกี่ยวกับดนตรีเท่าใดนัก โดยครอบครัวเขามีกฏข้อห้ามคือห้ามไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับดนตรีไม่ว่าจะเป็นดนตรีประเภทใดทั้งสิ้น แต่เด็กชายผู้มีความฝันนั้นไม่สนใจในกฎข้อห้ามแต่อย่างใด วันหนึ่งซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่อย่าง Day of The Dead หรือวันแห่งความตาย ซึ่งเป็นวันที่โลกมนุษย์และโลกความตายมาบรรจบกัน เด็กชายผู้นี้ได้แอบออกจากบ้านและเข้าไปในสุสานที่นักดนตรีที่เขาชื่นชอบถูกฝังอยู่ที่นั่น เขาได้หยิบกีตาร์ประจำตัวของนักดนตรีผู้นี้ขึ้นมาและเล่นมัน แต่แล้วสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นเมื่อเขาหลุดเข้าไปในโลกของคนตายและเขาก็ได้พบกับบรรพบุรุษของเขารวมถึงนักดนตรีผู้ล่วงลับคนนี้ด้วย แต่ว่าเขาเป็นมนุษย์ซึ่งเขาต้องหาทางออกจากโลกของวิญญาณให้ได้ก่อนที่เขาจะกลายเป็นวิญญาณเสียเอง

{ Comments are closed }

รวมรายได้หนังของ มาร์เวล ตั้งแต่กำเนิดจักรวาล

 มาร์เวล

นับเป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้วที่ภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวลโลดแล่นบนจอภาพยนตร์จนปัจจุบันภาพยนตร์ของมาร์เวลกลายเป็นภาพยนตร์ที่ครองใจผู้ชมทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นตัวละครภาพยนตร์ที่ชื่นชอบของผู้คนทั่วโลก แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีฮีโร่ของมาร์เวลถูกซื้อไปสร้างเป็นภาพยนตร์มาก่อนอย่าง ฮัคล์ และ สไปเดอร์แมน ทั้งนี้นับตั้งแต่เริ่มสร้างภาพยนตร์เรื่องแรกมานั้นก็มีรายได้มากน้อยต่างกันไปเรามาชมกันว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีเรื่องใดบ้างที่ออกฉายและสร้างรายได้มากเพียงใด

Iron Man (2008) เปิดตัวด้วยฮีโร่เกาะเหล็กภายใต้การดูแลของมาร์เวล Iron Man จัดว่าเป็นเรื่องแรกของค่ายแต่ในตอนนั้นหนังแนวซุปเปอร์ฮีโร่ยังไม่ค่อยนิยมมากนักโดยหนังทำรายได้ทั่วโลกเป็นที่น่าพอใจทั้งสิ้น 585 ล้านดอลลาร์ถือว่ากำเนิดหนังจักรวาลมาร์เวลอย่างสวยงาม, The Incredible Hulk (2008) ภาคที่สองต่อจาก Hulk ในปี 2003 ซึ่งมาร์เวลหันมาสร้างเองภายใต้การดูแลของยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ แม้ว่าหนังจะไม่สร้างกระแสเท่าที่ควรแต่หนังก็ทำรายได้ไป 263 ล้านดอลลาร์, Iron Man 2 (2010) ภาคนี้ก็ทำรายได้ดีไม่แพ้ภาคแรกเลยซึ่งสวนทางกับคำวิจารณ์โดยหนังทำรายได้ไป 623 ล้านดอลลาร์, Thor (2011) เปิดตัวฮีโร่เทพเจ้าสายฟ้าเพื่อหาช่องทางขยายจักรวาลฮีโร่โดยภาคนี้ก็เป็นกระแสไม่น้อยอย่างนักแสดง คริส แฮมเวิร์ด กับกล้ามแน่นๆโชว์ในเรื่องจนหนังปิดตัวด้วยรายได้ 449 ล้านดอลลาร์, Captain America: The First Avenger (2011) อีกหนึ่งฮีโร่ขวัญใจมหาชนเพื่อปูทางไปรวมเหล่าฮีโร่ใน The Avengers ด้วยรายได้ 370 ล้านดอลลาร์ , The Avengers (2012) เป็นหนังรวมเหล่าฮีโร่ของมาร์เวลภายใต้การดูแลของพาราเมาท์ พิคเจอร์ และเป็นหนังของมาร์เวลที่ทำรายได้สูงที่สุดด้วย 1,518 ล้านดอลลาร์แถมพ่วงด้วยเปิดตัววันแรกสูงถึง 207 ล้านดอลลาร์, Iron Man 3 (2013) ภาคสุดท้ายหนังเดี่ยวของไอรอนแมนแถมยังทำรายได้สูงที่สุดของทุกภาคด้วย 1,214 ล้านดอลลาร์, Thor: The Dark World (2013) ถือว่าเป็นภาคต่อที่เรียกคำวิจารณ์ดีกว่าภาคแรกด้วยรายได้ 644 ล้านดอลลาร์, Captain America: The Winter Soldier (2014) เป็นหนังที่มีกลิ่นอายความเป็นการเมืองและมีดราม่าเข้ามาด้วยซึ่งแฟนๆก็ยังชื่นชอบตัวกัปตันอเมริกาสุดหล่อด้วยรายได้ 714 ล้านดอลลาร์, Guardians of the Galaxy (2014) เป็นการเปิดอีกจักรวาลหนึ่งแถมยังเป็นที่รักของผู้ชมด้วยรายได้ 773 ล้านดอลลาร์, Avengers: Age of Ultron (2015) เป็นภาคต่อที่มาร์เวลดูแลเต็มตัวแถมยังทำรายได้อันดับสองของมาร์เวลด้วย 1,405 ล้านดอลลาร์,  นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่นๆเช่น Captain America: Civil War (2016), Doctor Strange (2016), Ant-Man (2015) , Guardians of the Galaxy Vol. 2 (2017), Spider-Man: Homecoming (2017) , Thor: Ragnarok (2017)

{ Comments are closed }

เดอะร็อค ปะทะอสูรยักษ์ ใน Rampage

Rampage

เดอะ ร็อค  ดเวย์น จอห์นสัน กลับมาร่วมงานกับ แบรด เพย์ตัน อีกครั้งในภาพยนตร์ Rampage วายร้ายทำลายล้าง ว่าด้วยเรื่องของสัตว์ยักษ์ถล่มเมือง ถือว่าเป็นหนึ่งนักแสดงที่มีคิวงานไม่ขาดสายอย่าง เดอะ ร็อค  ดเวย์น จอห์นสัน ที่ล่าสุดมีโอกาสกลับมาร่วมงานกับผู้กำกับอย่าง แบรด เพย์ตัน อีกครั้งนับเป็นครั้งที่สามของการร่วมงานระหว่างเขาและผู้กำกับคนนี้ โดยล่าสุดที่เขาแสดงนั้นภาพยนตร์แนวไซ-ไฟ ระทึกขวัญ อย่าง Rampage เมื่อเหล่าสัตว์ป่ากลายเป็นสัตว์ยักษ์ที่พร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า ซึ่ง เดอะ ร็อค   รับบทเป็น นักวานรวิทยาของเรื่อง ทั้งนี้ Rampage สร้างจากเกมแนวสัตว์ยักษ์ถล่มเมืองของค่าย Midway ออกจำหน่ายในปี 1986 จัดว่าเป็นเกมอาเขตที่โด่งดังมากในยุคนั้นและมีการดัดแปลงลงเล่นในคอนโซลอื่นๆเช่น Nintendo GameCube, PlayStation 2 และ Xbox โดยผู้เล่นรับบทเป็นเหล่าสัตว์ยักษ์ถล่มเมือง ด้วยความโด่งดังของเกมในยุค 80 ทำให้ผู้สร้างคิดนำเกมนี้มาโลดแล่นบนจอภาพยนตร์ครั้งแรกของค่าย นิว ไลน์ ซีนีม่า และ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ซึ่งก็ได้ให้ผู้กำกับอย่าง แบรด เพย์ตัน มานั่งแท่นกำกับอีกครั้งหลังจากที่กำกับ San Andreas, Journey 2: The Mysterious Island ซึ่งสร้างรายได้ให้ค่ายมาไม่น้อย นอกจากนี้ยังได้นักแสดงกล้ามใหญ่ เดอะ ร็อค  ดเวย์น จอห์นสัน กลับมาร่วมงานกับ เพย์ตัน อีกครั้งซึ่งก็เป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 3 แล้วที่เขาร่วมงานกันตั้งแต่ Journey 2: The Mysterious Island (2012) และ San Andreas (2015) ร่วมด้วย นาโอมี แฮร์ริส และ เจฟฟรี่ย์ ดีน มอร์แกน (นีแกน จาก The Walking Dead)  มาร่วมแสดงด้วย

Rampage วายร้ายทำลายล้าง บอกเล่าเรื่องราวของ จอห์น นักวานรวิทยาโดยเขาได้กอริลล่ากำพร้าตัวหนึ่งมาเลี้ยงตั้งแต่เล็กๆ เขาและกอริลล่าตัวนี้ผูกพันเปรียบเหมือนเพื่อนสนิท จนกระทั่งวันหนึ่งกอริลล่าของ จอห์น ไปโดนสารเคมีบางอย่างซึ่งมีบางคนตั้งใจปล่อยออกมาเพื่อทดลองบางอย่าง นั่นทำให้กอริลล่าตัวนี้มีขนาดใหญ่ขึ้นและดุร้ายขึ้น จอห์น ได้รับความช่วยเหลือจากนักสัตว์วิทยาคนหนึ่งและเจ้าหน้าที่จากองค์กรลับในการพากอริลล่าตัวนี้ไปตรวจหาบางอย่างเพื่อให้มันกลับมาเหมือนเดิม แต่ร่างที่โตขึ้นและดุร้ายขึ้นจนทำให้มันหลุดเข้าไปในเมืองใหญ่ นอกจากนี้แล้วยังมีสัตว์ตัวอื่นๆในป่าที่โดนสารเคมีลึกลับจนกลายเป็นสัตว์ยักษ์ดุร้ายตรงเข้าถล่มเมือง พวกมันทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็น หมาป่า, กอริลล่า, จระเข้ยักษ์ ซึ่งจอห์นต้องหาทางให้กอลิล่าเพื่อนรักของเขากลับมาเหมือนเดิมอีกครั้งและหาต้นตอว่าใครที่ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดด้วย Rampage มีคิวฉาย 19 เมษายน 2018

{ Comments are closed }

มหากาพย์ The Lord of the Rings กำลังจะกลายเป็นซีรี่ย์

The Lord of the Rings

หลายๆคนคงไม่รู้จักไตรภาค The Lord of the Rings ของผู้กำกับ ปีเตอร์ แจ็คสัน ที่สร้างความประทับใจและกวาดรางวัลมากมายมาแล้วจนกลายเป็นหนังผจญภัย-แฟนตาซี ขึ้นหิ้งไปแล้ว ล่าสุดนิยายชุด The Lord of the Rings กำลังจะถูกนำมาสร้างในฉบับซีรี่ย์แล้ว โดยทาง Amazon Studios เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์อย่างเต็มตัวแถมเผยว่าจะออกมาหลายซีซั่นด้วยกัน แต่ทั้งนี้มีข่าวออกมาถึงเรื่องของงานสร้างซึ่งฉบับภาพยนตร์นั้นทำออกมาได้สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว ต่อมาทาง Amazon Studios ออกมาระบุว่า The Lord of the Rings ฉบับซีรี่ย์นั้นจะเป็นเรื่องราวก่อนเหตุการณ์ใน The Fellowship of the Ring ซึ่งเป็นไตรภาคแรกของชุด The Lord of the Rings ทั้งนี้ทางสตูดิโอได้เผยว่าเรื่องราวจะมีการพูดถึงรายละเอียดของตัวละครต่างๆ, สถานที่ในเรื่อง ที่ลงลึกรายละเอียดให้ผู้ชมได้ทราบที่มาที่ไปและพร้อมกลับไปยังดินแดนที่เรียกว่า มิดเดิลเอิทร์ อีกครั้ง

The Lord of the Rings เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายแนว ผจญภัย – แฟนตาซี ของ เจ.อาร์.อาร์ โทลคิน มีจำนวน 3 เล่มจบ และมีภาคแยกอีก 1 เล่มชื่อว่า The Hobbit กำกับโดย ปีเตอร์ แจ็คสัน โดยภาคแรก The Fellowship of the Ring ออกฉายในปี 2002 กวาดรางวัลออสการ์ทั้งสิ้น 6 รางวัล , ภาคไตรที่สอง The Two Towers กวาดรางวัลออสการ์ 8 รางวัล และ ไตรภาคที่สาม The Return of the King กวาดรางวัลออสการ์ทั้งสิ้น 11 รางวัล รวมถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยมกลายเป็นภาพยนตร์แฟนตาซีเรื่องแรกและเรื่องเดียวที่ได้รางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ซึ่งทำให้ภาพยนตร์โด่งดังไปทั่วโลก จนมีภาคแยกอย่าง ไตรภาค The Hobbit ออกมาในปี 2012  เหตุการณ์ในเรื่องเกิดบนดินแดนในจินตนาการ มิดเดิลเอิร์ธ ว่าด้วยเรื่องของจอมมารเซารอน ผู้ค้นหาแหวนแห่งอำนาจ ซึ่งบรรจุอำนาจของตนในยามสร้างขึ้นไว้ เพื่อจะควบคุมผู้ครองแหวนอื่นๆ ที่ได้สร้างขึ้น 3 วงแก่เอลฟ์ 7 วงแด่คนแคระ และ 9 วงแด่มนุษย์ แต่ต่อมาแหวนของเขาตกไปอยู่ในมืออิซิลดูร์ผู้ตัดนิ้วของเขา จากนั้นจึงตกไปสู่ห้วงน้ำและถูกพบเจอโดยกอลลัม หลังจากนั้นบิลโบ แบ๊กกิ้นส์ก็ครอบครองต่อมา แล้วจึงได้ทิ้งให้เป็นสมบัติของฮอบบิท หลานของเขาคือ โฟรโด แบ๊กกิ้นส์ และได้เป็นจุดเริ่มต้นของคณะพันธมิตรแห่งแหวน 9 คน ต้องรับภารกิจในการเดินทางไปยังเมาท์ดูม ภูเขาไฟที่อยู่ใจกลางอาณาจักรมอร์ดอร์ อันเป็นสถานที่ๆหลอมแหวนขึ้นมาและเพียงแห่งเดียวที่สามารถเผาทำลายแหวนเอกนี้ได้

สำหรับ The Lord of the Rings ฉบับซีรี่ย์นั้นทาง  Amazon Studios ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดแผนงานสร้างและช่วงเวลาถ่ายทำซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มถ่ายทำหลังจากซีรี่ย์ชุด Game of Thrones ของ HBO ซึ่งกำลังจะอวสานซีซั่นอย่างสมบูรณ์แบบในปี 2019

{ Comments are closed }

ปิดดีล Disney ได้ลิขสิทธิ์หนังเรื่องใดจาก Fox บ้าง

Disney

จัดว่าเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง ดีสนี่ย์ ที่ตอนนี้ได้ลงทุนกว่า 1.6 ล้านล้านบาทในการซื้อกิจการของ 20th Century Fox สตูดิโอใหญ่ของฮอลลีวู้ดนอกจากได้กิจการของ Fox แล้วยังได้ลิขสิทธิ์หนังใหญ่ของ Fox มากมายทั้งฟอร์มเล็ก, ฟอร์มใหญ่ รวมถึงแอนนิเมชั้น และ เคเบิลทีวี, โทรทัศน์ จัดว่าลงทุนทีเดียวได้สุดคุ้มจริงๆ แน่นอนอว่าธุรกิจภาพยนตร์เป็นอะไรที่ไม่แน่นอน การคว้านซื้อกิจการใหญ่สตูดิโอของฮอลลีวู้ดจากดิสนี่ย์นั้นทำให้ ดิสนี่ย์ จัดว่าเป็นค่ายภาพยนตร์รายใหญ่ที่สุดของวงการภาพยนตร์ไปแล้ว ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ทาง ดีสนี่ย์ ต้องการลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ฮีโร่ของมาร์เวลอย่าง X-Men, Fantastic Four และ  Deadpool แต่สำหรับ Fantastic Four ลิขสิทธิ์ยังอยู่ของ Constantine Films ซึ่ง Fox เป็นผู้สร้างเท่านั้นทั้งนี้คงต้องรอดูว่าฮีโร่อย่าง  Fantastic Four จะกลับมาอยู่กับ ดีสนี่ย์ หรือไม่ แต่แน่นอนว่าฮีโร่ 4 พลังคนกายสิทธิ์นี้จะได้มาอยู่กับดีสนี่ย์อย่างแน่นอนและเมื่อได้มาอยู่ในมือดิสนี่ย์เราอาจจะได้เห็นเวอร์ชั่นใหม่ของ Fantastic Four แน่นอน และฮีโร่สุดเกรียนอย่าง เรด วิลสัน จาก Deadpool ซึ่งเป็นเรท R ทั้งนี้ทำให้แฟนๆกลัวว่าการได้มาอยู่กับดีสนี่ย์อาจทำให้ลดเรทลงไป แต่ทั้งนี้จากคำยืนยันจาก Fox ว่า Deadpool ภาคต่อไปจะไปเรท R เหมือนเดิม นอกจากดีสนี่ย์จะได้ลิขสิทธิ์หนังฮีโร่ดังๆกลับมาในอ้อมกอดมาร์เวลแล้ว ดีสนี่ย์ยังได้ลิขสิทธิ์หนังใหญ่สำหรับจัดจำหน่ายอื่นๆอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น หนังอภิมหาฟอร์มยักษ์อย่าง Avatar หนังไซไฟสุดอลังกาล Planet of the Apes, The Martian, Artemis, Independence Day รวมถึงหนังไซ-ไฟ สยองขวัญอย่าง Alien and Predator, Die Hard, Red Sparrow, และ Kingsman  หนังแอนิเมชั่นอย่าง Ice Age หนังครอบครัวและผจญภัยอย่าง Alvin and the Chipmunks, Doctor Dolittle, Home Alone, Night at the Museum และ The Chronicles of Narnia และ  Percy Jackson นอกจากนี้ยังรวมถึง หนังไตรภาคใหม่อย่าง สตาร์วอร์ส รวมถึงไตรภาคดั้งเดิมทั้งหมดอีกด้วย แม้ว่าดีสนี่ย์จะได้ลิขสิทธิ์หนังดังฟอร์มใหญ่ ฟอร์มยักษ์มากมาย แต่น่าเสียดายที่ดีสนี่ย์ไม่ได้ลิขสิทธิ์หนังดังอย่าง Titanic หนังอมตะตลอดกาลแม้ว่าหนังเป็นของ Fox แต่ลิขสิทธิ์หนังครึ่งหนึ่งยังเป็นของ Paramount Picture ทั้งนี้แม้ว่าตอนนี้ลิขสิทธิ์ธุรกิจของ Fox จะอยู่ในมือของดิสนี่ย์แล้ว แต่ตอนนี้ทางดิสนี่ย์ยังคงดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจซึ่งคาดว่าดิสนี่ย์จะจัดการเบ็ดเสร็จครอบคลุมทั้งหมดในปี 2021 แน่นอนว่าการรวมตัวกันของสองค่ายยักษ์แห่งฮอลลีวู้ดนั้นจะการันตีได้ว่าแฟนๆจะได้ผลงานคุณภาพของภาพยนตร์มากมายที่จะเข้าฉายในอนาคตอย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมีโปรเจคเผยออกมาบ้างแล้วด้วย ซึ่งแฟนๆคงต้องรอคอยข่าวต่อไปว่าจะมีภาพยนตร์เรื่องใดที่น่าสนใจบ้าง

{ Comments are closed }

แฟนไม่ปลื้ม The Walking Dead 8 ปิดครึ่งซีซั่นด้วยเรตติ้งต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี

The Walking Dead 8

เป็นซีรี่ย์ยอดนิยมที่ครองใจผู้ชมมายาวนานอย่าง The Walking Dead ที่ตอนนี้ได้ดำเนินมาถึงซีซั่น 8 แล้วแต่ดูเหมือนว่าในซีซั่นนี้ไม่เป็นที่นิยมของแฟนๆเท่าไรนัก หลังจากมีข่าวเปิดตัวของซีรี่ย์ที่เปิดตัวด้วยเรตติ้งต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี ล่าสุดเพิ่งเปิดครึ่งแรกของซีซั่นนี้ไปหมาดๆแถมพ่วงด้วยเรตติ้งต่ำที่สุดในรอบ 5 ปีเช่นกัน ด้วยเรตติ้งต่ำที่สุดเช่นนี้อาจมีความเป็นไปได้ว่าซีรี่ย์ซอมบี้ชุดนี้เริ่มดำเนินมาถึงจุดอวสานเสียแล้ว นอกจากเรตติ้งต่ำที่สุดแล้วในเรื่องของกระแสนั้นอย่างเงียบอย่างน่าใจหายอีกด้วย ซึ่งแฟนๆต่างไม่ปลื้มเนื้อเรื่องที่ดราม่าเกินไปจนดูเหมือนไม่ใช่ซีรี่ย์ซอมบี้ซะแล้ว หลังจากที่เรียกกระแสแฟนๆอย่างมากก่อนฉายซีซั่น 7 เมื่อเดือนตุลาคม 2016 ซึ่งทำให้แฟนคาดเดาต่างๆนาๆว่าใครจะถูกนีแกนฆ่าในซีซั่น 7 ผลปรากฏว่าทำให้แฟนๆช็อคไปตามๆกันเมื่อผู้สร้างเลือกให้นีแกนฆ่าตัวละครที่แฟนๆรักอย่าง เกลน และ อับบราแฮม จากการที่ผู้สร้างเลือกฆ่าตัวละครหลักทำให้แฟนๆ ต่างไม่คาดหวังหรือไม่มีสิ่งที่น่าสนใจของซีรี่ย์ชุดนี้แล้ว แม้ว่าตอนจบของซีซั่น 7 จะทำให้แฟนๆรู้สึกสะใจที่กลุ่มของ ริค ลุกขึ้นสู้อีกครั้งและปิดซีซั่น 7 อย่างสวยงาม ซึ่งทางผู้สร้างอย่าง AMC ที่หวังจะกู้ซีรี่ย์เรตติ้งสูงที่สุดของช่อง AMC แต่ก็ดูเหมือนเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น ที่ก่อนหน้านี้ช่วงการสร้างนั้นมีข่าวต่างๆออกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการลาออกของผู้อำนวยการสร้าง และ การเสียชีวิตของสตั้นท์แมนขณะที่กำลังถ่ายทำ รวมถึงเมื่อเปิดตัวซีซั่น 8 ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาซึ่งทำเรตติ้งต่ำที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวซีรี่ย์ชุดนี้ จากการวัดเรตติ้งของเว็บไซต์ Variety ออกมาว่า ตอบจบครึ่งแรกของ The Walking Dead ซีซั่น 8 จบด้วยเรตติ้ง 3.4 จากผู้ชมอายุ 18 – 49 ปี จำนวน 7.9 ล้านคน แม้ว่าจะปิดตอนจบครึ่งแรกด้วยเรตติ้งเป็นที่น่าพอใจ แต่เมื่อเทียบกับซีซั่นอื่นๆนั้นถือว่าเป็นเรตติ้งต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของช่อง AMC นับตั้งแต่ซีซั่น 2

ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ของผู้ชมนั้นเชื่อว่าเนื้อเรื่องของซีรี่ย์เริ่มไม่มีอะไรใหม่เลย เนื้อเรื่องที่ไม่ดำเนินต่อและอยู่เพียงจุดๆเดียวคือ การเอาชีวิตรอดในโลกของซอมบี้และการเจอกับศัตรูใหม่ รวมถึงการฆ่าตัวละครรุ่นบุกเบิกที่แฟนๆผูกพันมายาวนานตั้งแต่ซีซั่นแรก รวมถึงซีรี่ย์เรื่องอื่นๆจากค่ายอื่นที่น่าสนใจกว่าไม่ว่าจะเป็นจาก Netflix, HBO, CW, FX ที่มีหลากหลายให้ผู้ชมมีทางเลือกมากขึ้น ทั้งนี้คงต้องมาชมในครึ่งหลังว่าซีรี่ย์ซอมบี้ยอดนิยมชุดนี้จะทำเรตติ้งกลับมาได้หรือไม่ หรือจะที่แน่ชัดแล้วว่าซีรี่ย์จะดำเนินมาถึงจุดอวสานแล้ว

{ Comments are closed }

เดอะร็อค อาจลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ปี 2024

เดอะร็อค

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่เตรียมลงเล่นการเมืองอย่าง เดอะร็อค หรือ เดอะร็อค ดเวย์น จอห์นสัน ล่าสุดนักแสดงกล้ามแน่นเตรียมตัวศึกษาด้านการเมืองและเตรียมลงเลือกตั้งประธานาธิบดี ในปี 2024 หลังเคลียร์งานแสดงภาพยนตร์ทั้งหมดแล้ว ซึ่งจะกลายเป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่เตรียมลงเล่นการเมืองเช่นเดียวกับนักแสดงรุ่นพี่ไม่ว่าจะเป็น อาร์โน ชวาชเน็กเกอร์, ซิลเวสเตอร์ สตาร์โลน และ จอร์จ คูนี่ย์  ทั้งนี้ทาง เดอะร็อค เผยว่าตั้งใจทำตามคำขอของแฟนๆ

หลังจากออกจากวงการมวยปล้ำระดับโลก มาเป็นนักแสดงระดับแถวหน้าของฮอลลีวู้ด ดารากล้ามบึกอย่าง  เดอะร็อค ดเวย์น จอห์นสัน ซึ่งก็มีงานแสดงเข้ามามากมายหลากหลายบทบาทซึ่งแฟนๆก็เห็นเขาเล่นภาพยนตร์มากมายไม่ว่าจะเป็น บทบู๊แอ็คชั่นสุดมันส์, บทคอมมาดี้, บทผจญภัยต่างๆ ซึ่งก็มีงานแสดงเข้ามาไม่ขาดสาย ล่าสุดมีข่าวว่านักแสดงร่างใหญ่เตรียมลงรับสมัครเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาภายในปี 2024 ทั้งจากข่าวให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง Jumanji: Welcome to the Jungle ทีกำลังเข้าฉายปลายเดือนธันวาคม 2018 ที่จะถึงนี้ ซึ่งการให้สัมภาษณ์ข่าวลือดังกล่าวนี้ เดอะร็อค เผยว่าข่าวดูเหมือนเป็นความจริงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตอนนี้เขากำลังศึกษาด้านการเมืองและคาดว่าแฟนๆอาจเห็นเขาออกตระเวนหาเสียงในอนาคต เช่นเดียวกับนักแสดงรุ่นพี่ที่หันมาลงเล่นการเมืองด้วย ทั้งนี้จากการเปิดเผยของเว็บไซต์ Varity เผยว่าความคิดที่ลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีของเขานั้นไม่ได้มาจากความตั้งใจของเขา แต่เพื่อคำขอของแฟนๆที่อยากให้เขาลงสมัครเลือกตั้งรวมถึงยังบอกด้วยว่าหากเขาได้เป็นประธานาธิบดีจริงๆจะเป็นอะไรที่ดีมากด้วย นั่นทำให้นักแสดงกล้ามใหญ่เริ่มหันมาศึกษาข่าวด้านการเมืองอย่างจริงจัง

ทั้งนี้แม้ว่าแฟนๆจะได้เห็นเขาลงเล่นการเมืองอย่างจริงจังแต่คงต้องรอต่อไปยาวๆ เนื่องจากเขามีคิวงานแสดงที่แน่นเอี๊ยดจนถึงปี 2021 เลยทีเดียว ซึ่งแฟนๆคงต้องรอยาวไปจนถึงปี 2024 สำหรับ ดเวย์น จอห์นสัน เป็นอดีตนักมวยปล้ำของ WWE มีฉายาจากแฟนๆว่า เดอะร็อค ก่อนจะผันตัวมาเป็นนักแสดงของฮอลลีวู้ดอย่างจริงจังในปี 2001 โดยเริ่มแสดงในภาพยนตร์เรื่อง The Mummy Returns ของผู้กำกับ สตีเว่น ซัมเมอร์ และมีงานแสดงภาพยนตร์เรื่อยๆมาจนเป็นหนึ่งในนักแสดงแถวหน้าของฮอลลีวู้ด แม้ว่าเขาจะอำลาวงการมวยปล้ำแล้วแต่เขาก็มีโอกาสเป็นพิธีกรรับเชิญในการแข่งขันมวยปล้ำอยู่บ้าง สำหรับคิวงานแสดงที่เขาเตรียมเล่นนั้น เช่น Suicide Squad 2, Journey 3: From the Earth to the Moon, San Andreas 2, Black Adam, The Janson Directive และที่กำลังเข้าฉาย เช่น Jumanji: Welcome to the Jungleเข้าฉาย 21 ธันวาคม 2017, Rampage เข้าฉาย 19 เมษายน 2018

{ Comments are closed }

แดน สตีเวนส์ เจ้าชายอสูรจาก Beauty and the Beast

แดน สตีเวนส์

ภาพยนตร์ที่ครองใจผู้ชมอย่าง Beauty and the Beast ที่เข้าฉายไปเมื่อต้นปี 2017 ที่ผ่านมาและสามารถกวาดรายได้กว่า 1 พันล้านดอลลาห์กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดช่วงต้นปี 2017 ทั้งนี้หลังจากตอนท้ายของภาพยนตร์ทำให้แฟนๆได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเจ้าชายอสูรที่ทำให้สาวๆกรี๊ดกันยกใหญ่ ซึ่งเจ้าชายอสูรรับบทโดย  แดน สตีเวนส์ นักแสดงหนุ่มชาวอังกฤษ ทั้งนี้สาวๆหลายคนคงอยากรู้ว่านักแสดงหนุ่มผู้นี้มีประวัติที่มาอย่างไรและได้บทเจ้าชายอสูรมาได้อย่างไรต้องบอกว่าประวัติของเขานั้นหลายๆคนไม่เคยทราบมาก่อน

แดน สตีเวนส์ เกิดเมื่อเดือนตุลาคม ปี 1982 ที่เมืองครอยดอน ประเทศสหราชอาณาจักร ทั้งนี้เขากำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็กและได้รับการอุปการะโดยพ่อแม่บุญธรรมของเขาซึ่งประกอบอาชีพครู ตั้งแต่เขาอายุได้ 7 ขวบ รวมถึงเขายังมีน้องชายอีกคนที่ได้รับการอุปการะเช่นกัน แดน ศึกษาจบระดับปริญญาตรี สาจาวรรณอังกฤษ ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ต่อมาเขาเริ่มเข้าสู่เส้นทางสายอาชีพจากการแสดงละครเวที ซึ่งผู้กำกับชื่อดังอย่าง ปีเตอร์ ฮอลล์ ได้เห็นแววการแสดงของเขาและชักชวนเขาเล่นละครเวทีเรื่องแรกชื่อว่า Macbeth และเขาเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในการแสดงละครเวทีอีกเรื่องของ ปีเตอร์ ฮอลล์ ชื่อเรื่องว่า As You Like It ที่สร้างจากบทประพันธ์ของ วิลเลียม เชกสเปียร์ และในปี 2004 เขาได้แสดงทางจอโทรทัศน์ครั้งแรกในมินิซีรี่ย์ชื่อว่า Frankenstein ต่อมาเขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะนักแสดงชาวอังกฤษจากซีรี่ย์เรื่อง Downton Abbey และในปี 2014 เขามีผลงานแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกชื่อว่า The Guest นอกจากนี้เขายังมีผลงานซีรี่ย์ของมาร์เวลเรื่อง Legion ในปี 2016 และได้มีโอกาสเข้ามาออดิชั่นในบทเจ้าชายอสูร เรื่อง Beauty and the Beast ฉบับคนแสดงของดิสนี่ย์ ซึ่งเขาสามารถผ่านบททดสอบต่างๆซึ่งสุดท้ายแล้วเขาก็ได้รับบท เจ้าชายอสูร แสดงร่วมกับ เอ็มม่า วัตสัน ในบท เบลล์ จากการเปิดตัวในบทบาทนี้ทำให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งการแสดง ความสามารถของเขาด้วย  นอกจากนี้เขายังมีเพื่อสนิทซึ่งเป็นนักแสดงด้วยกันไม่ว่าจะเป็น เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบทช์ ที่เคยแสดงร่วมกันในภาพยนตร์เรื่อง The Fifth Estate เมื่อปี 2013 รวมถึงยังเป็นเพื่อนสนิทกับ เอ็ดดี้ เรดเมย์น และทอม ฮิดเดิลสตัน อีกด้วย

นอกจากงานแสดงแล้วเขายังสนใจในด้านวรรณกรรมจากที่เขาเรียนจบมาและมีงานเขียนเป็นของตัวเอง โดยเขายังก่อตั้งนิตยสารออนไลน์ชื่อว่า  The Junket ซึ่งเป็นงานเขียนวรรณกรรมออนไลน์ โดยเขายังนั่งตำแหน่งบรรณาธิการด้วย และยังนั่งเก้าอี้คอลัมนิสต์ประจำนิตยสาร The Sunday Telegraph  รวมถึงยังมีผลงานให้เสียงพากย์ในภาพยนตร์เรื่อง เจมส์ บอนด์ ในตอน Casino Royale ด้วย

{ Comments are closed }

ลือ เบน แอฟเฟล็ก อาจรับบท แบทแมน ครั้งสุดท้ายก่อนหมดสัญญา

เบน แอฟเฟล็ก

ข่าวลืออีกหนึ่งนักแสดงอย่าง เบน แอฟเฟล็ก ซึ่งรับบท แบทแมน หรือ บรูซ เวนย์ คนล่าสุดซึ่งล่าสุดกับภาพยนตร์เรื่อง Justice league ที่เพิ่งเข้าฉายเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2017 ที่ผ่านมาในบท แบทแมน ทว่ามีข่าวลือว่าเขาอาจจะรับบท แบทแมน ครั้งสุดท้ายในภาพยนตร์เรื่อง Flashpoint  ที่จะเข้าฉายคิวต่อไปทั้งนี้ข่าวเรื่องที่เขาจะรับบทใน The Batmen ยังคงไม่มีคำตอบจากข่าวก่อนหน้านี้ที่ว่าเขาจะกำกับใน The Batmen และขอถอนตัวในภาพยนตร์ดังกล่าว แต่ทั้งนี้เขายังไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆเกี่ยวกับบทแบทแมน แม้ว่าจะมีข่าวลือออกมาหนาหูว่านักแสดงที่จะมารับบท แบทแมน หรือ บรูซ เวนย์ คนใหม่อาจจะเป็น เจค จินเลนฮาล (Jake Gyllenhal) และ จอน แฮมม์ (Jon Hamm) ทั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นที่ยืนยันคร่าวๆแล้วว่านักแสดงเจ้าบทบาทอาจจะไม่กลับมาในบทของ แบทแมน แล้วและจะรับบทนี้ในเรื่อง Flashpoint ซึ่งเป็นเรื่องสุดท้ายก่อนหมดสัญญากับ DC โดย The Batmen นั้นจะเป็นหนังเดี่ยวของแบทแมนอีกครั้งหลังจากห่างไปนานหลายปี โดยเรื่อง Flashpoint จะเป็นหนังรวมจักรวาลเดียวกับ เดอะแฟลช ซึ่งคาดว่าบทของแบทแมนจะเป็นการอำลาแฟนๆในบทบาทที่เขาได้รับ ทั้งนี้เช่นเดียวกับ เฮนรี่ คาร์วิล ในบท ซุปเปอร์แมน ซึ่งคาดว่าเขาจะรับบทดังกล่าวใน Men of Still 2 เป็นเรื่องสุดท้ายก่อนหมดสัญญาเช่นกัน

สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Flashpoint เป็นเรื่องราวที่อ้างอิงจากหนังสือการ์ตูนของ DC Commic จะเล่าเรื่องย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ตอนแบร์รี่ อัลเลน หรือ เดอะแฟลช ที่ย้อนเวลากลับไปเพื่อช่วยชีวิตแม่ของเขาจากการฆาตกรรม แต่เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาในโลกปัจจุบันพบว่ามันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขากลับไปช่วยชีวิตแม่ของเขาสำเร็จ แต่ผู้ที่ถูกฆาตกรรมแทนคือ บรูซ เวนย์ และมี โทมัส เวนย์ พ่อของเขาเป็น แบทแมน และ มาร์ธา เวนย์ แม่ของเขาเป็นบ้าและกลายเป็นโจ๊กเกอร์ภายหลัง

ทั้งนี้มีข่าวลือต่างๆว่านักแสดงที่มารับบท โทมัส เวนย์ อาจเป็น เจฟฟรีย์ ดีน มอร์แกน จาก The Walking Dead มารับบท แบทแมน รุ่นใหญ่ ซึ่งเขาเองเคยรับบท โทมัส เวนย์ จาก Batman v Superman: Dawn of Justice มาแล้วทั้งนี้ดูเหมือนว่าข่าวลือดังกล่าวอาจเป็นความจริง ซึ่งเขาเคยให้สัมภาษณ์ในรายการหนึ่งว่า เขาอยากรับบทแบทแมน หากว่าผู้สร้างเลือกเขาในเรื่อง The Batmen อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆเกี่ยวกับงานสร้าง การถ่ายทำ รวมถึงผู้ที่จะมารับบท บรูซ เวนย์ คนใหม่หรือไม่แน่ว่า เบน อาจยังคงกลับมารับบทดังกล่าวก็ได้ สำหรับโปรเจค Flashpoint ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นการสร้างเพียงเท่านั้นยังไม่มีประกาศทางการว่าถ่ายทำปีใด แต่ตัวหนังมีวางคิวฉายไว้ที่ปี 2020

{ Comments are closed }

รวมโปรแกรมหนังเด็ดสุดมันส์ต้นปี 2018

รวมโปรแกรมหนังเด็ดสุดมันส์ต้นปี 2018

อีกไม่ถึงสองสัปดาห์จะสิ้นสุดปี 2017 แล้วแน่นอนว่าช่วงปลายปีก็มีหนังเด็ดๆมากมายที่เข้าฉายส่งท้ายปี ไม่ว่าจะเป็น สตาร์วอร์ส, จูแมนจี 2 ที่จ่อคิวฉาย โดยเปิดปีใหม่ 2018 มาก็มีหนังเด็ดๆสุดมันส์เข้าฉายตั้งแต่ต้นปีกันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นหนังฟอร์มเล็ก, ฟอร์มใหญ่ ต่างก็จ่อคิวฉายตั้งแต่เดือนมกราคม ยาวจนถึงช่วงเดือนเมษายนกันเลยทีเดียว เรามาดูกันว่ามีหนังเรื่องไหนมีคิวฉายในช่วงต้นปี 2018 กันบ้างไปชมกันเลย

Insidious: Chapter 4 เข้าฉาย 5 มกราคม 2018 หนังวิญญาณตามติดที่ยังครองความน่ากลัวให้ผู้ชมจนตอนนี้ดำเนินมาถึงภาคที่ 4 แล้วโดยหนังจะย้อนกลับไปก่อนภาคแรกหลายปีและเป็นเรื่องราวเกิดขึ้นอีกครอบครัวหนึ่ง , Maze Runner: The Death Cure เข้าฉาย 25 มกราคม 2018 หนังฟอร์มยักษ์ภาคสุดท้ายของ วงกตมฤตยู ที่เลื่อนฉายจากปี 2017 โดยภาคนี้จะเป็นภาคที่ปิดฉากทั้งหมดของเรื่องซึ่งเนื้อเรื่องยังคงเล่าต่อจากภาคสอง แน่นอนว่ามีแฟนๆหลายคนต่างรอคอยภาคสุดท้ายนี้มากแน่นอน, Fifty Shades Freed เข้าฉาย 8 กุมภาพันธ์ 2018 อีกหนึ่งภาคสุดท้ายหนังโรแมนติกสุดเร่าร้อนที่จะปิดฉากความรักระหว่าง นาตาชา และ มิสเตอร์เกรย์ , Black Panther เข้าฉาย 16 กุมภาพันธ์ 2018 หนังเดี่ยวของ Black Panther ปรากฏตัวครั้งแรกใน Captain America Civil war กลายเป็นกระแสทีมฝ่าบาทไปทันที โดยเรื่องนี้จะเป็นหนังเดี่ยวของเขา, Tomb Raider เข้าฉาย 16 มีนาคม 2018 ฮีโร่สาวนักผจญภัยฉบับรีบูตยกเครื่องใหม่ทั้งหมดมาคอยดูกันว่าเวอร์ชั่นนี้จะทำรายได้ดีเท่าเวอร์ชั่นเก่าหรือไม่

 

Pacific Rim: Uprising เข้าฉาย 22 มีนาคม 2018 หนังภาคต่อที่หลายๆคนรอคอย กับมนุษย์ควบคุมหุ่นยนต์เพื่อต่อสู้กับสัตว์ประหลาดยักษ์ที่หมายจะล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์กลับมาในภาคนี้มันโหดกว่าเดิมและใหญ่กว่าเดิม, Ready Player One เข้าฉาย 18 มีนาคม 2018 ภาพยนตร์ไซ-ไฟสุดล้ำผลงานกำกับของเจ้าพ่อฮอลลีวู้ด สตีเว่น สปีลเบริก์ บอกเล่าเรื่องของโลกอนาคตและเกมเสมือนจริงกับการแข่งขันที่ต้องใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน, New Mutants เข้าฉาย เมษายน 2018 ภาคแยกของ X-Men เรื่องราวของนักเรียนอีกรุ่นของ ชารล์ เซเวียร์ ที่ควบคุมพลังตัวเองไม่ได้ , Rampage 19 เมษายน 2018 สร้างจากเกมสัตว์ประหลาดถล่มเมืองชื่อดัง บอกเล่าเรื่องราวของผู้พิทักษ์สัตว์คนหนึ่งต้องเผชิญกับสัตว์ที่เติบโตจากการโดนสารเคมีบางชนิดและเขาต้องหาคำตอบและช่วยเหลือสัตว์เหล่านี้ให้ได้ นอกจากหนังฟอร์มเล็ก ฟอร์มใหญ่ต่างๆแล้วยังมีหนังอื่นๆที่คาดว่าจะเข้าฉายอีกอาทิ Peddington 2, Proud Mary, Cloverfield 2 , Early Man, Red Sparrow เป็นต้น 

{ Comments are closed }