เอ อนันต์ บุนนาค

มาถึงนักแสดงรุ่นใหญ่กันบ้างดีกว่าเขาคนนี้เป็นนักแสดงที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมผ่านมาแล้วทุกบทบาทที่เขาได้รับนอกจากงานแสดงแล้ว เรายังได้ยินเพลงจากเขาคนนี้ที่ร้องออกมาจากใจและทำให้เราได้สนุกซึ้งกินใจกับเพลงที่เขาคนนี้ถ่ายทอดออกมา  เขาคนนี้คือ พี่เอ อนันต์ บุนนาค มีผลงานเพลงป็อปโด่งดังอย่างอัลบั้ม ขออภัยในความไม่สะดวก และ อนันต์ เสนอหน้า ในสังกัดของอาร์เอส โปรโมชั่น  ที่เพลงยอดฮิตอย่าง หลงตัวเอง ล้างใจ  ที่ต้องบอกเลยว่าสมัยนั้น เปเป็นที่โปรดปรานกับเพลงของพี่เอ อย่างแน่นอน และยังมีผลงาน ละครโทรทัศน์ชุด ความรักของคุณฉุย และ มนต์รักลูกทุ่ง ทางช่อง 7 สี ที่ต้องบอกเลยว่า พี่เอทำให้เราได้เห็นถึงความสามารถทางด้านการแสดงละครได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว และผลงานภาพยนตร์อีกหลากหลายเรื่อง ที่พูดได้เลยว่า เขารับเล่นทุกบทบาทมาแล้ว  ไม่ว่าจะเป็น  ผีเสื้อสมุทร (2549)เสือคาบดาบ (2548)มือปืนเก๋าเจ๋ง (2548)Sexphone คลื่นเหงา สาวข้างบ้าน (2546) พันธุ์ร็อคหน้าย่น (2546) รับบทเป็น นิค สแตนเลส ที่อยากกลับทวงคืนบังลังก์ร็อกคืนและพร้อมกับผู้ปลุกเหล่าสมาชิกกลับออนสเตจอีกครั้ง  ฝันติดไฟ หัวใจติดดิน (2540) 18-80เพื่อนซี้ไม่มีซั้ว (2540) อ้อนกะล่อนเต็มสูตร (2535) ห้าวเล็กๆ (2532) เท่ แต่ห้าแต้ม (2531) วัยร็อคเพลงร้อน (2529) วันแห่งความรัก (2529) หลังจากนั้นก็มีผลงานเพลงลูกทุ่ง มีผลงานแสดงละครเรื่อง สงครามข้างเตา ละครแก๊งค์สืบ 07  ในปี 2540 พี่เอคว้ารางวัล นักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม ในเรื่อง ฝันติดไฟ หัวใจติดดิน

{ Comments are closed }

เต๋า สมชาย เข็มกลัด

นักร้องนักแสดงชาวไทยคนนี้ต้องบอกเลยว่า เป็นนักแสดงชั้นนำคนหนึ่งเลยทีเดียว ด้วยงานคุณภาพของเขาก็ทำให้เหล่าพีเพิลเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี และเขาก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่อยากจะเป็นนักแสดงนักร้องเหมือนกับเขาคนนี้ เรากำลังพูดถึง พี่เต๋า สมชาย เข็มกลัด เป็นชาวไทยเชื้อสายมอญที่เกิดในครอบครัวฐานะยากจน โดยมีผู้เป็นย่าเป็นผู้เลี้ยงดูมาตลอด เริ่มเข้าศึกษาชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนท่าเรือวิทยา และได้ศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในปี พ.ศ. 2544 เดินหน้า เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงจากการชักนำของ พจน์ อานนท์ ให้ไปถ่ายแบบลงหนังสือ เธอกับฉัน จากนั้นก็ก้าวสู่วงการจอแก้วในละครโทรทัศน์เรื่อง “นางฟ้าสีรุ้ง” ทางช่อง 7 เมื่อปี พ.ศ. 2533 ในฐานะตัวประกอบ และเข้าสู่บทบาทในจอเงินภายใต้ชื่อเรื่องว่า “สะแด่วแห้ว” จากนั้นจับไมค์ร้องเพลงได้เข้าเซ็นสัญญาเป็นนักร้องในสังกัด อาร์เอส โปรโมชั่น มีอัลบั้มเป็นของตัวเองชื่อ “เต๋า หัวโจก” ในปี พ.ศ. 2536  ซึ่งถือเป็นผลงานสร้างชื่อให้เต๋ากลายเป็นขวัญใจวัยรุ่นด้วยแฟชั่นผ้าโพกหัวและเสื้อลายสก๊อตจากมิวสิกวีดีโอเพลง “บอดี้การ์ด” คู่กับ สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา ซึ่งทำให้ทั้งคู่ต่อมาเหมือนเป็นดาราคู่ขวัญกัน ตามมาด้วยอัลบั้มชุดที่ 2 “สมชายจดปลายเท้า” และอัลบั้มพิเศษ “สมชายโอที” ในปี พ.ศ. 2538 และอัลบั้มชุดที่ 3 “สมชาย 100 แรงม้า” ในปี พ.ศ. 2541 ต้องบอกเลยว่ามีผลงานที่ทำให้จดจำเขาได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าผลงานเพลงผลงานละครและผลงานภาพยนตร์ที่ต้องบอกเลยว่า พี่เต๋าเป็นคนที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งในเรื่องของผลงานวงการบันเทิงอย่างแท้จริง

{ Comments are closed }

น้อย วงพรู

นักร้องนักแสดงคนนี้ต้องบอกเลยว่า เป็นใครใครก็อึ้งถึงความสามารถของเขาคนนี้อย่างแน่นอน พร้อมกับผลงานที่หลากหลายเหลือเกิน ความสามารถของเขาเป็นที่จดจำของเหล่าพีเพิลได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว งานทุกชิ้นที่เขาทำนั้นต้องบอกเลยว่า มีคุณภาพมากมายทีเดียวกับ พี่น้อย วงพรูหรือ กฤษดา สุโกศล แคลปป์ เป็นนักร้องนำวงพรูแล้ว  นักแสดงชาวไทย ปัจจุบันเป็นผู้บริหารกิจการโรงแรม เดอะ สยามร่วมกับครอบครัว กมลา สุโกศล  กฤษดา เป็นน้องชาย ของสุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์  มีผลงานเพลงที่ต้องบอกเลยว่า เหล่าพีเพิลเคยได้ยินได้ฟังกันอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเพลง  ทุกสิ่ง ที่พูดได้เลยว่าร้องตามได้อย่างแน่นอน  เพลง รักเธอจนจบชีวิต ที่ทำเหล่าพีเพิลซึ้งเลยทีเดียว และเพลง โรมิโอแอนด์จูเลียต เพลงนี้ก็ทำให้แอดมินชอบเลยทีเดียว แน่นอนว่านอกจากมีผลงานทางด้านเพลงแล้ว และ ยัง มีผลงานการแสดงภาพยนตร์ไทยอย่าง คนกราบหมา (2539) หัวใจทรนง (2547) ทวารยังหวานอยู่ (2547) และ 13 เกมสยอง (2549) ซึ่งจากเรื่องนี้เองทำให้กฤษดาได้รับรางวัลผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ประจำปี 2549 และภาพยนตร์ให้ได้ถึงความสามารถอย่างดีเยี่ยมเลยจริง กับภาพยนตร์เรื่อง หลวงพี่เท่ง  3 ในปี 2553 ภาพยนตร์เรื่อง อันธพาลที่เราได้ถึงงานแสดงของพี่น้อยได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงภาพยนตร์เรื่องลูกทุ่งซิกเนเจอร์ ที่เป็นงานที่เหล่าพีเพิลประทับใจอย่างแน่นอน และผลงานภาพยนตร์ เรื่อง ขุนพันธ์ ที่ต้องบอกเลยว่า เขาสามารถคว้ารางวัลนักแสดงสบทบชายยอดเยี่ยม

{ Comments are closed }

เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี

พูดได้เลยว่าเขาคนนี้เป็นนักแสดงที่ต้องบอกเลยว่าการันตีด้วยฝีมือทางการแสดงเป็นอย่างมาก  มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก ทำให้เหล่าพีเพิลจดจำเขาได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว กับผลงานที่การันตีว่าเขาเป็นนักแสดงตัวจริง นั้นคือ เต๋อ  ฉันทวิชช์  จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนทิวไผ่งาม และ เข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกภาพยนตร์และภาพนิ่ง ระหว่างศึกษาก็ได้มีผลงานละครเวทีของคณะตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2544–2547 หลังจากจบการศึกษา ก็เดินทางเข้าทำงานฟรีแลนซ์ เป็นผู้เขียนบท ผู้ช่วยผู้กำกับ ตากล้องเบื้องหลัง และแอ็กติงโค้ชให้กับค่ายจีทีเอช เดินทางมาจนมาถึงการแสดงเป็นตัวเอกในภาพยนตร์เรื่อง ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น รับบทเป็น เหิร ที่ต้องบอกเลยว่า เต๋อสามารถทำการแสดงได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว และมีผลงานเรื่องต่อมาคือเรื่อง โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต  แสดงร่วมกับ พั้นช์ วรกาญจน์  โรจนวัชร นักร้องเสียงดีเจ้าของเพลง เราคงต้องเป็นแฟนกัน  และในปี พ.ศ. 2553 ภาพยนตร์เรื่อง กวน มึน โฮ คู่กับ หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ  นอกจากผลงานภาพยนตร์แล้ว ก็ยังมีผลงานที่การันตีด้วยฝีมือ ไม่ว่าจะเป็น  ละคร เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร  ละคร  หมวดโอภาส ยอดมือปราบ…คดีพิศวง  ATM 2 คู่เว่อร์ เออเร่อ เออรัก และผลงานที่ต้องบอกเลยว่าทำให้เราได้ถึงความสามารถอย่างแท้จริงกับเรื่อง ผู้กองยอดรัก ที่แสดงคู่กับ มาร์กี้ ราศรี ที่เราได้เห็นถึงความสามารถทางการแสดงอย่างแท้จริงเลยทีเดียว และผลงานล่าสุดเป็นที่พูดถึง นั้นคือภาพยนตร์เรื่อง แฟนเดย์ แฟนกันเดียว

{ Comments are closed }

หนังไทยของ ไท เอ็นเตอร์เท็นเมนท์ ก่อนจะเป็น T-Moment

  วิสูตร พูลวรลักษณ์ หัวเรือใหญ่ของ T-Moment ในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อก่อนเขาผ่านงานกำกับ งานสร้างหนังไทยมาจำนวนหลายเรื่องและประสบความสำเร็จอย่างมาก ด้วยประสบการณ์ของเขามานับ 20 ปี นั้นทำให้เขากลายเป็นหนึ่งของคนในวงการหนังไทยที่มีความสำคัญอย่างมาก ก่อนที่เขาจะก้าวมาเป็นผู้ร่วมอำนวยการสร้างของ GTH และ T-Moment ในปัจจุบัน เขาเคยร่วมทำงานสร้างค่ายเดิมอย่าง ไท เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ซึ่งมีหนังจำนวนมากที่สำเร็จทั้งรายได้และคำวิจารณ์

– กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ (2528) หนังวัยรุ่นที่ประสบความสำเร็จมาก กำกับโดย สมจริง ศรีสุภาพ และสามารถแจ้งเกิดนักแสดงนำอย่าง มอส ปฏิภาณ และ แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ ให้เป็นที่รู้จักมาจนถึงทุกวันนี้ กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ ถือว่าเป็นการปลุกกระแสหนังวัยรุ่นในยุคกระโปรง ขาสั้น ที่เรียกว่าเป็นหนังที่พูดถึงมากในตอนนั้น และเป็นต้นแบบของการนำมาสร้างเป็น ซีรี่ย์และละครโทรทัศน์ ในเวลาต่อมา

– นางนาก (2542) เป็นหนังที่ประสบความสำเร็จมาก สามารถกวาดรายได้ไปถึง 150 ล้านบาทในยุคที่หนังไทยฝืดเคือง ซึ่งเป็นการปลุกเอาหนังกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง เป็นการนำเอาตำนาน เรื่องเล่า ของแม่นาคพระโขนง มาเล่าใหม่ที่ลึกซึ้งและสมจริงกว่าเวอร์ชั่นไหนๆ อีกทั้งยังสามารถแจ้งเกิดให้กับ ทราย เจริญปุระ และวินัย ไกรบุตร อีกด้วย

– 2499 อันธพาลครองเมือง เป็นหนังที่เปิดศักราชใหม่ให้กับวงการหนังไทย ด้วยงานสร้าง คุณภาพงาน ทำให้หนังประสบความสำเร็จอย่างสูง เล่าเรื่องราวของปี พ.ศ. 2499 ซึ่งในขณะนั้นนักเลงและอันธพาลอยู่เหนือกฎหมาย บอกผ่านนักเลงที่โด่งดังที่สุดในยุคนั้น

– สตรีเหล็ก (2543) หนังไทยแนวคอมมาดี้ที่ประสบความสำเร็จด้วยรายได้กว่า 90 ล้านบาทและเป็นกระแสฮือฮาของการนำเสนอหนังที่มีเพศที่ 3 ทั้งเรื่อง สร้างจากเรื่องจริงของนักกีฬาวอลเล่ย์บอลชายที่มีใจเป็นหญิง นอกจากนี้ยังได้รับคำชมจากต่างประเทศด้วย

{ Comments are closed }

Get Out หนังระทึกขวัญเสียงตอบรับดี

   กลายเป็นหนังที่สามารถกวาดเสียงตอบรับจากผู้ชม และเรียกเสียงฮือฮามาแล้วในสหรัฐอเมริการวมถึงการวิจารณ์ของสื่อ และในเว็บมะเขือเทศที่ทำคะแนน 100 เต็มจากผู้ชม ซึ่งบอกเป็นเสียงเดียวว่า เป็นหนังที่ระทึกและแหวกแนวแบบสุดขั้ว และขึ้นอันดับ 1 บล็อกซ์ ออฟฟิศ ในสัปดาห์แรกที่เข้าฉายและทำรายได้เข้าทุนแล้วเรียบร้อยจากทุนสร้างเพียง 4.7 ล้านเหรียญ อีกทั้งยังได้นักแสดงตลกผิวสีอย่าง จอร์แดน พลี มานั่งเก้าอี้กำกับ อีกทั้งยังถือว่าเป็นหนึ่งที่มีนักแสดงผิวสีเป็นตัวด้วย

Get Out ชื่อไทย ลวงร่างจิตหลอน เล่าเรื่องราวของชายหนุ่มชาวแอฟริกัน – อเมริกัน คริส ซึ่งได้วางแผนไปเยี่ยมพ่อแม่ของโรส แฟนสาวของเขาซึ่งเป็นคนผิวขาว โดยเมื่อไปถึง คริส ได้รับการต้อนรับจากครอบครัวของ โรส เป็นอย่างดีและเป็นมิตรมาก แต่คนสวนและคนรับใช้ผิวสีกลับมอง คริส แบบแปลกๆ รวมถึงเพื่อนบ้านผิวขาวของพวกเขาด้วย คริส รู้ดีว่าอาจเพราะว่าเขาเป็นคนผิวสีและเป็นแฟนกับผู้หญิงซึ่งเป็นคนผิวขาวทำให้ตัวเขาอาจถูกมองแปลกๆไป เวลาผ่านไปเขาพบว่าผู้คนรอบตัวเขาเริ่มมีทางทีที่แปลกประหลาด รวมไปถึง พ่อ แม่ ของโรสเองที่เริ่มกลายเป็นอีกคนหนึ่งไม่เหมือนตอนที่พบกันครั้งแรก นั่นทำให้คริสเองต้องหาคำตอบ จนนำไปสู่บทสรุปของเรื่องที่คาดไม่ถึง

หนังทำว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ในการเล่าเรื่องที่นำประเด็นของคนผิวสีออกมาได้อย่างชัดเจน รวมไปถึงการคาดเดาเนื้อเรื่องที่เดาทางไม่ได้ว่าจะไปทางไหน นั่นทำให้Get Out กลายเป็นสูตรสำเร็จของหนังสยองขวัญก่อนหน้านี้เช่น The Conjuring, It Follows, Light Out เป็นต้น

{ Comments are closed }

Life อันตรายไม่จำเป็นต้องไกลจากโลก

   Life ผลงานหนังแนวระทึกขวัญจากผู้กำกับเลือดใหม่ชาวสวีเดน แดนเนียลแอสปิโนซ่า ที่บอกผ่านเรื่องราวของภัยอันตรายจากนอกโลกซึ่งแม้ว่าจะอยู่ไม่ไกล เพราะจักรวาลมีความลี้ลับ มนุษย์ซึ่งต้องค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก ความลีลับในดินแดนกาแล็กซี่กว้างใหญ่ นี้คือสิ่งที่ผู้สร้างฮอลลีวู้ดนั้นสามารถเล่าเรื่องและไม่เคยขาดแคลนหนังแนวนี้ เช่นเดียวกันกับเรื่อง Life หรือในชื่อไทย สายพันธุ์มฤตยู ที่ออกฉายไปแล้วเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2017 ที่ผ่านมา

Life เล่าเรื่องราวของสถานีอวกาศที่โคจรรอบโลก พร้อมกับลูกเรือ 6 คนประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์ นักชีววิทยา นักฟิสิกส์ หัวกะทิ ซึ่งกลับจากภารกิจการสำรวจดาวอังคาร และในครั้งนี้พวกเขาได้ค้นพบว่าดาวอังคารที่แดงและแห้งแล้งนั้นมีสิ่งมีชีวิตอยู่จริงๆ พวกเขาได้นำหลักฐานและร่องรอยของสิ่งมีชีวิตจากดาวอังคารมีลักษณะเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่ดูฉลาดเฉลียวปราดเปรื่องและดูอันตราย เมื่อสิ่งมีชีวิตอันตรายนี้ได้หลุดออกไปและเริ่มคร่าชีวิตลูกเรือ คนที่เหลือต้องหาทางกำจัดมันก่อนที่มันจะลงสู่พื้นโลกและคร่าชีวิตคนเป็นล้านๆคน

แม้ว่าพล๊อตเรื่องที่เป็นแนวไซไฟ ระทึกขวัญ ก็เดินตามสไตล์หนังฮอลลีวู้ดแต่หนังก็ได้รับคำชื่นชมจากผู้ชมในด้านบวกในเรื่องของโปรดักชั่น ความลุ้นระทึกของหนัง และการเล่าเรื่องที่ลึกลับโดยเราอาจจะไม่ได้เห็นหน้าตาของเอเลี่ยนแบบตัวเป็นๆ นี้คือสิ่งที่ทำให้หนังมีความน่าสนใจ อีกยังได้นักแสดงระดับฝีมืออย่าง เจคจิลเลนฮาล และ ไรอัน เรย์โนลด์สร่วมด้วย ลีเบคก้าเฟอร์กูสัน จาก The Girl on the Train ฮิโรยูกิ ซานาตะ, อาริยอน บาการี จาก Jupiter Ascending

{ Comments are closed }

หนังไทยยังไม่หายไปไหน

  ในช่วง 2-3 ปีมานี้มีคำถามที่ว่าหนังไทยเริ่มกลับไปสู่ยุคตกต่ำอีกครั้งหรือไม่ มีหนังไทยจำนวนไม่น้อยที่สร้างออกมาได้ไม่ดีพอ รวมถึงรายได้ต่างๆที่ออกมาน้อยนิดจนน่าใจหาย อะไรที่ทำให้หนังไทยไม่เดินหน้าและหยุดอยู่กับที่ มีหนังไทยบางเรื่องที่ยังคงสร้างรายได้ให้แก่ผู้สร้าง และคำชื่นชอบของผู้ชมอย่างค่ายอารมณ์ GDH ที่สร้างหนังได้ออกมาถูกใจผู้ชมและคุณภาพ เช่น ฟรีแลนซ์, แฟนเดย์ เป็นต้น มีหลายคนบอกว่าหนังไทยหายไปแล้ว แต่ความจริงแล้วยังไม่ถึงกับล้มหายตายจากไปไหน

เมื่อเราสำรวจดูตารางหนังทำเงินเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม ซึ่งหากอันดับหนังทำเงิน 10 อันดับจะพบว่ามีหนังไทยติดชาร์ทอยู่  2 ถึง 3 เรื่องนั้นทำให้ถือว่าหนังไทยนั้นยังไม่หายไปไหน ก่อนหน้านี้หนังไทยสะท้อนวิถีชีวิตภาคอีสานอย่าง ไทบ้านเดอะซีรี่ย์ ที่ทำรายได้ขึ้นอันดับ 7 ในตารางเมื่อเดือนก่อน สร้างปรากฏการณ์ที่มีผู้ชมตีตั๋วเข้าชมมากพอสมควรและเดินทำเงินทั่วไทย แม้ว่าตัวหนังเองลงทุนไม่มากซึ่งหนังได้ดึงเอาศักยภาพของนักแสดงและอาศัยการเล่าเรื่องที่โดนใจคนดู ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็สามารถกวาดรายได้ไปถึง 50 ล้านจากทุนสร้างเพียงไม่กี่ล้านบาทเท่านั้น

สำหรับหนังไทยอีกเรื่องคือ มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ ที่แม้ว่าจะทำอันดับลงไปที่ 9 ก็ตามซึ่งเรื่องนี้พระเอกของเรื่อง ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ที่ลงทุนฟิตร่างกายเพื่อรับบทนักกีฬาในเรื่อง แม้ว่าหนังจะเปิดตัวเพียง 1 ล้านบาท แต่เมื่อรวมรายได้ทั้งหมดที่เข้าฉายก็สามารถเก็บไปได้ถึง 71 ล้านบาทเลยทีเดียว แม้ว่าหนังจะไม่แตะ 100 ล้านก็ตามแต่ก็ทำรายได้งดงามพอควร

{ Comments are closed }

Rings ตำนานคำสาปวีดีโอเทปกลับมาอีกครั้ง

  ในปี 2002 ภาพยนตร์รีเมคที่ประสบความสำเร็จที่สุดอย่างเรื่อง The Ring ที่ผู้กำกับอย่าง กอร์สวอร์บินสกี้ จากผู้สร้าง ไพเร็ธออฟเดอะ แคริเบียน ที่ผลงานรีเมคครั้งนี้ถือว่าโดดเด่นและประสบความสำเร็จอย่างสูง The Ring ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์ญี่ปุ่นคลาสสิคเรื่อง Ringuออกฉายในปี 1998 และได้รับความนิยมอย่างสูง ซึ่ง Ringuเองก็ดัดแปลงมาจากนิยายสยองขวัญชื่อเดียวกันของ โคจิ ซุซูกิ และมีภาคต่อตามมาในปี 1999 ส่วนภาคต่อรีเมคThe Ring 2 ตามในปี 2005 ซึ่งได้ผู้กำกับต้นฉบับอย่าง ฮิเดโอะ นากาตะ มานั่งแท่นกำกับ ซึ่ง The Ring ทั้ง 2 ภาคนั้นถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในตอนนั้น

ในช่วงปี สองปีที่ผ่านมานั้นเรามักได้ยินข่าวว่า The Ring จะมีภาคต่อออกมาแต่ข่าวก็เงียบไปพักหนึ่ง จนกระทั่งในช่วงกลางปี 2016 ได้มีการเผยแพร่ตัวอย่างหนังเรื่องนี้ออกมาโดยภาคที่ 3 ใช้ชื่อว่า Rings โดยเนื้อเรื่องยังคงดำเนินเรื่องตามพล็อตเดิม คือ ใครดูวีดีโอต้องคำสาปจะต้องตายใน 7 วัน แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมของหนังเรื่องนี้คือ จะไม่มีวีดีโอเทปแล้ว ซึ่งผีซามาร่าเอง เธออัพสกิลเพิ่มให้มันสามารถดูออนไลน์ได้แล้ว ซึ่งเธอสามารถฆ่าคนได้ทุกที่ทุกเวลาที่ใครก็ตามที่ดูมัน ซึ่งคราวนี้มันสามารถส่งต่อผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อวัยรุ่นอย่าง จูเลีย เกิดเปิดดูอีเมล์ลึกลับที่มีวีดีโอแนบมาด้วย เธอเปิดมันพบว่ามันคือไฟล์จากวีดีโอเทปต้องคำสาปที่เล่าต่อกันมา ซึ่งเธอก็ถูกคำสาปของ ผีซามาร่า โดยเธอมีเวลาเพียง 7 วันหาทางแก้คำสาปก่อนที่จะไม่มีชีวิตรอด

{ Comments are closed }

A Silent Voice รักไร้เสียง

   หลังจากที่ประสบความสำเร็จทั้งรายได้และคำชมอย่างสูงจากอนิเมะเรื่อง You Name ที่ออกฉายไปเมื่อปีที่แล้ว ทำให้วงการอนิเมะของญี่ปุ่นเริ่มกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง ความสำเร็จของหนังเรื่องดังกล่าวเหมือนเป็นการเปิดประตูต้อนรับอนิเมชั่นชั้นดีเรื่องอื่นๆจากแดนปลาดิบอย่างญี่ปุ่น ในหลายๆเรื่อง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นการเปิดผู้ชมชาวไทยให้หลั่งไหลเข้ามาชมความงดงามของภาพ เนื้อเรื่องที่ลึกซึ่งของอนิเมชั่นญี่ปุ่นมากขึ้นด้วย โดยหลังจากที่ Your Name เข้าฉายก็มีเรื่องอื่นๆตามมาอีกเช่น The Red Turtle กับ In This Corner of the World ซึ่งผ่านสายตาผู้ชมมาก็ไม่น้อยและก็ได้รับคำชมมากมายเช่นเดียวกัน

และแล้วผู้ชมกำลังจะได้ชมอนิเมชั่นเรื่องใหม่จากญี่ปุ่น A Silent Voice รักไร้เสียง ดัดแปลงมาจากมังงะของ โยชิโทกิ โออิมะ ซึ่งได้รับคำชมและกวาดรางวัลมาแล้วหลายเวที เช่น TakarajimaKono Mango gaSugoi 2015, รางวัล New Creator prize จากงาน Tezuke Osamu Cultural ครั้งที่ 19 อีกทั้งยังมีรายชื่อเข้าชิงถาพยนตร์เอนิเมชั่นยอดเยี่ยมจากงาน Japan Academy Prize Association อีกด้วย

สำหรับ A Silent Voice รักไร้เสียง เป็นผลงานกำกับของ ยามาดะ นาโอโกะ ซึ่งตัวหนังสามารถทำรายได้ในประเทศเมื่อเข้าฉายถึง 1.91 พันล้านเยนจากคำชื่นชมโดยผู้ชมที่เคยประทับใจมาจาก Your Name มาแล้วและบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ลึกซึ้ง ไม่แพ้กันเลยทีเดียว และการันตีว่าหากคุณชอบ Your Name คุณก็หลงรัก A Silent Voice เช่นกัน นับว่าเป็นการปลุกกระแสหนังแอนิเมชั่นญี่ปุ่นกลับมาอีกครั้ง

{ Comments are closed }