Browsing: Star Movie

Universal Pictures ครองอันดับ 3 สตูดิโอทำเงินทั่วโลกกว่า 5 พันล้านเหรียญฯ ในปี 2017

Universal Pictures

Universal Pictures อีกหนึ่งสตูดิโอยักษ์ใหญ่ของฮอลลีวู้ดที่ครองลิขสิทธิ์อย่าง Fate & Furious, Jurassic Park และ The Mummy กลายเป็นสตูดิโอทำเงินสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของปี 2017 เป็นรองจากค่าย ดิสนี่ย์ และ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ซึ่งกระแสความแรงของ The Fate of the Furious ที่จบด้วยรายได้ทั่วโลก 1.23 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้สตูดิโด Universal Pictures เป็นอีกหนึ่งสตูดิโอที่มีหนังฟอร์มเล็ก, ฟอร์มใหญ่ออกฉายนับไม่ถ้วนแต่ละเรื่องก็สามารถทำรายได้เข้ากระเป๋าสตูดิโอเป็นกอบเป็นกำ ทั้งนี้เมื่อปี 2015 สตูดิโอสามารถครองแชมป์อันดับ 2 ของปีจากกระแสแรงของ Jurassic World ที่จบด้วยทำรายสูงถึง 1,672 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นแท่นหนังทำเงินอันดับ 4 หนังทำเงินสูงที่สุดตลอดกาล และอันดับ 2 หนังทำเงินแห่งปี 2015 รองจาก Star Wars: The Force Awakens ของดิสนี่ย์ แม้ว่าในปี 2017  Universal Pictures จะอยู่อันดับสามค่ายหนังทำเงินก็ตาม แต่เป็นเพียงสตูดิโอเดียวที่มีหนังทำรายได้ระดับ 1 พันล้านดอลลาร์มากกว่า 2 เรื่อง โดยในปี 2017 หนังทำเงินของสตูดิโอได้แก่ Fast & Furious 8 และ Despicable Me 3 กวาดรายได้ 1,238 ล้านดอลลาห์ และ 1,033 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ ตามมาด้วยหนังฉบับรีบูตอย่าง The Mummy ที่ทำรายได้แบบเฉียดฉิว 409 ล้านดอลลาห์  ซึ่งก็สามารถให้โปรเจคของค่ายอย่าง Dark Univer เดินหน้าต่อไปได้ และอันดับ 4 หนังภาคต่อสุดสยิวอย่าง Fifty Shades Darker  380 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่ทำรายได้น่าพอใจแม้ว่ากระแสจะถดถอยลงจากภาคแรกก็ตาม นอกจากนี้แล้วสตูดิโอยังได้รายได้จากหนังฟอร์มเล็กไม่ว่าจะเป็น Split, Get Out และ Happy Death Day ที่จัดว่าประสบความสำเร็จด้านรายได้อย่างมากจากการลงทุนเพียงน้อยนิด สำหรับทางดิสนี่ย์ยังคงรั้งอันดับหนึ่งไว้เหนียวแน่นแม้ว่ามีเพียง Beauty and the Beast เพียงเรื่องเดียวที่ทำรายได้ 1,263 ล้านดอลลาร์สหรัฐในตอนนี้ แต่ก็ยังเหลืออีกเรื่องคือ Star Wars The Last Jedi ที่กำลังเข้าฉายในขณะนี้ซึ่งมาดูกันว่าภาคนี้จะขึ้นอันดับหนึ่งหนังทำเงินสูงสุดของปี 2017 นี้ได้หรือไม่ มาดูทางค่าย Warner Bros. ซึ่งหนังทำเงินสูงที่สุดของค่ายในปีนี้คงจะเป็นฮีโร่สาวอย่าง Wonder Woman ที่กวาดรายได้ทั่วโลกกว่า 821 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แถมยังเรียกกระแสและคำวิจารณ์ในด้านบวกอีกด้วย ตามมาด้วย Dunkirk ของคริสโตเฟอร์ โนแลนด์ ที่ปิดด้วยรายได้ 525 ล้านดอลลาร์จากทุนสร้าง 100 ล้านดอลลาร์ และหนังรวมซุปเปอร์ฮีโร่ของ DC อย่าง Justice League ที่พอได้กำไรบ้างด้วยรายได้ 614 ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้าง 300 ล้านดอลลาร์แต่กระแสกลับเงียบ ปิดท้ายจากค่าย Paramount ที่ส่งหนังภาคต่อฟอร์มยักษ์ Transformers: The Last Knight  น่าเสียดายที่กระแสไม่แรงเท่าที่ควรปิดท้ายด้วยรายได้ 605 ล้านดอลลาร์

{ Comments are closed }

Coco ครองแชมป์แอนิเมชั่นทำเงินสูงสุดส่งท้ายปี 2017

coco

จัดว่าเป็นหนังแอนิเมชั่นภายใต้การดูแลของ ดิสนี่ย์ และ พิกซาร์ อย่างเรื่อง Coco แอนิเมชั่นครอบครัวส่งท้ายปี 2017 แม้ว่ากระแสจะดูเงียบในไทยแต่กระแสกลับแรงมากในต่างประเทศพร้อมด้วยรายได้สูงสุดอันดับ 1 ของตาราง 2 สัปดาห์ติดต่อกันล่าสุดกวาดรายได้ทั่วโลกแล้ว 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นแท่นหนังแอนิเมชั่นทำเงินสูงที่สุดท้ายปี 2017 ด้วยรายได้รวมแล้ว 390 ล้านดอลลาร์ และหนังยังคงฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์ในขณะนี้ ตามมาด้วย Justice League 16.6 ล้านเหรียญ (รายได้ 2 สัปดาห์) และรายได้รวมแล้ว 614 ล้านดอลลาร์ และหนังครอบครัวสุดอบอุ่นกระแสแรงมากอย่าง Wonder  12.5 ล้านดอลลาร์ (รายได้ 2 สัปดาห์) และรายได้รวมทั่วโลก 100. 3 ล้านดอลลาร์จากทุนสร้าง 20 ล้านดอลลาร์ ในส่วนของ Thor: Ragnarok ซุปเปอร์ฮีโร่จากมาร์เวล 9.6 ล้านดอลลาร์ (รายได้ 2 สัปดาห์) โดยรายได้รวมก็เป็นที่น่าพอใจด้วยรายได้ทั่วโลก 816 ล้านดอลลาร์ และตามมาด้วยหนังฆาตกรรมสืบสวน สอบสวน อย่าง Murder of the Orient Express ที่ปิดรายได้ทั่วโลก 211 ล้านดอลลาร์จากทุนสร้าง 55 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรายได้หนังช่วงปลายปีนี้ยังไม่จบเพียงเท่านี้ซึ่งหนังที่ยังฉายอยู่อย่าง Star Wars The Last Jedi ที่ยังทำรายได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงหนังภาคต่ออย่าง Jumanji Welcome to the Jungle ที่จะเข้าฉายช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้ด้วย สำหรับเรื่อง Coco ตอนนี้ยังคงฉายในโรงภาพยนตร์เป็นแอนิเมชั่นภายใต้งานสร้างของ พิกซาร์ และการดูแลของดิสนี่ย์  เป็นภาพยนตร์เพลงคอมพิวเตอร์แอนิเมชันสามมิติแนวจินตนิมิตโดยเนื้อเรื่องอิงจากประเพณีโบราณของประเทศเม็กซิโก ซึ่งนับว่าเป็นแอนนิเมชั่นของพิกซาร์ที่นำเสนอเรื่องราวที่แตกต่างจากเรื่องอื่นๆโดยการนำเอาประเพณี วัฒนธรรมจากประเทศอื่นเข้ามาสร้าง

Coco เป็นเรื่องราวของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง เขาอาศัยกับครอบครัวในประเทศเม็กซิโก และเขาชื่นชอบนักดนตรีผู้หนึ่งที่ล่วงลับไปแล้วแต่ครอบครัวเขากลับไม่ชอบอะไรที่เกี่ยวกับดนตรีเท่าใดนัก โดยครอบครัวเขามีกฏข้อห้ามคือห้ามไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับดนตรีไม่ว่าจะเป็นดนตรีประเภทใดทั้งสิ้น แต่เด็กชายผู้มีความฝันนั้นไม่สนใจในกฎข้อห้ามแต่อย่างใด วันหนึ่งซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่อย่าง Day of The Dead หรือวันแห่งความตาย ซึ่งเป็นวันที่โลกมนุษย์และโลกความตายมาบรรจบกัน เด็กชายผู้นี้ได้แอบออกจากบ้านและเข้าไปในสุสานที่นักดนตรีที่เขาชื่นชอบถูกฝังอยู่ที่นั่น เขาได้หยิบกีตาร์ประจำตัวของนักดนตรีผู้นี้ขึ้นมาและเล่นมัน แต่แล้วสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นเมื่อเขาหลุดเข้าไปในโลกของคนตายและเขาก็ได้พบกับบรรพบุรุษของเขารวมถึงนักดนตรีผู้ล่วงลับคนนี้ด้วย แต่ว่าเขาเป็นมนุษย์ซึ่งเขาต้องหาทางออกจากโลกของวิญญาณให้ได้ก่อนที่เขาจะกลายเป็นวิญญาณเสียเอง

{ Comments are closed }

รวมรายได้หนังของ มาร์เวล ตั้งแต่กำเนิดจักรวาล

 มาร์เวล

นับเป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้วที่ภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวลโลดแล่นบนจอภาพยนตร์จนปัจจุบันภาพยนตร์ของมาร์เวลกลายเป็นภาพยนตร์ที่ครองใจผู้ชมทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นตัวละครภาพยนตร์ที่ชื่นชอบของผู้คนทั่วโลก แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีฮีโร่ของมาร์เวลถูกซื้อไปสร้างเป็นภาพยนตร์มาก่อนอย่าง ฮัคล์ และ สไปเดอร์แมน ทั้งนี้นับตั้งแต่เริ่มสร้างภาพยนตร์เรื่องแรกมานั้นก็มีรายได้มากน้อยต่างกันไปเรามาชมกันว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีเรื่องใดบ้างที่ออกฉายและสร้างรายได้มากเพียงใด

Iron Man (2008) เปิดตัวด้วยฮีโร่เกาะเหล็กภายใต้การดูแลของมาร์เวล Iron Man จัดว่าเป็นเรื่องแรกของค่ายแต่ในตอนนั้นหนังแนวซุปเปอร์ฮีโร่ยังไม่ค่อยนิยมมากนักโดยหนังทำรายได้ทั่วโลกเป็นที่น่าพอใจทั้งสิ้น 585 ล้านดอลลาร์ถือว่ากำเนิดหนังจักรวาลมาร์เวลอย่างสวยงาม, The Incredible Hulk (2008) ภาคที่สองต่อจาก Hulk ในปี 2003 ซึ่งมาร์เวลหันมาสร้างเองภายใต้การดูแลของยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ แม้ว่าหนังจะไม่สร้างกระแสเท่าที่ควรแต่หนังก็ทำรายได้ไป 263 ล้านดอลลาร์, Iron Man 2 (2010) ภาคนี้ก็ทำรายได้ดีไม่แพ้ภาคแรกเลยซึ่งสวนทางกับคำวิจารณ์โดยหนังทำรายได้ไป 623 ล้านดอลลาร์, Thor (2011) เปิดตัวฮีโร่เทพเจ้าสายฟ้าเพื่อหาช่องทางขยายจักรวาลฮีโร่โดยภาคนี้ก็เป็นกระแสไม่น้อยอย่างนักแสดง คริส แฮมเวิร์ด กับกล้ามแน่นๆโชว์ในเรื่องจนหนังปิดตัวด้วยรายได้ 449 ล้านดอลลาร์, Captain America: The First Avenger (2011) อีกหนึ่งฮีโร่ขวัญใจมหาชนเพื่อปูทางไปรวมเหล่าฮีโร่ใน The Avengers ด้วยรายได้ 370 ล้านดอลลาร์ , The Avengers (2012) เป็นหนังรวมเหล่าฮีโร่ของมาร์เวลภายใต้การดูแลของพาราเมาท์ พิคเจอร์ และเป็นหนังของมาร์เวลที่ทำรายได้สูงที่สุดด้วย 1,518 ล้านดอลลาร์แถมพ่วงด้วยเปิดตัววันแรกสูงถึง 207 ล้านดอลลาร์, Iron Man 3 (2013) ภาคสุดท้ายหนังเดี่ยวของไอรอนแมนแถมยังทำรายได้สูงที่สุดของทุกภาคด้วย 1,214 ล้านดอลลาร์, Thor: The Dark World (2013) ถือว่าเป็นภาคต่อที่เรียกคำวิจารณ์ดีกว่าภาคแรกด้วยรายได้ 644 ล้านดอลลาร์, Captain America: The Winter Soldier (2014) เป็นหนังที่มีกลิ่นอายความเป็นการเมืองและมีดราม่าเข้ามาด้วยซึ่งแฟนๆก็ยังชื่นชอบตัวกัปตันอเมริกาสุดหล่อด้วยรายได้ 714 ล้านดอลลาร์, Guardians of the Galaxy (2014) เป็นการเปิดอีกจักรวาลหนึ่งแถมยังเป็นที่รักของผู้ชมด้วยรายได้ 773 ล้านดอลลาร์, Avengers: Age of Ultron (2015) เป็นภาคต่อที่มาร์เวลดูแลเต็มตัวแถมยังทำรายได้อันดับสองของมาร์เวลด้วย 1,405 ล้านดอลลาร์,  นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่นๆเช่น Captain America: Civil War (2016), Doctor Strange (2016), Ant-Man (2015) , Guardians of the Galaxy Vol. 2 (2017), Spider-Man: Homecoming (2017) , Thor: Ragnarok (2017)

{ Comments are closed }

เดอะร็อค ปะทะอสูรยักษ์ ใน Rampage

Rampage

เดอะ ร็อค  ดเวย์น จอห์นสัน กลับมาร่วมงานกับ แบรด เพย์ตัน อีกครั้งในภาพยนตร์ Rampage วายร้ายทำลายล้าง ว่าด้วยเรื่องของสัตว์ยักษ์ถล่มเมือง ถือว่าเป็นหนึ่งนักแสดงที่มีคิวงานไม่ขาดสายอย่าง เดอะ ร็อค  ดเวย์น จอห์นสัน ที่ล่าสุดมีโอกาสกลับมาร่วมงานกับผู้กำกับอย่าง แบรด เพย์ตัน อีกครั้งนับเป็นครั้งที่สามของการร่วมงานระหว่างเขาและผู้กำกับคนนี้ โดยล่าสุดที่เขาแสดงนั้นภาพยนตร์แนวไซ-ไฟ ระทึกขวัญ อย่าง Rampage เมื่อเหล่าสัตว์ป่ากลายเป็นสัตว์ยักษ์ที่พร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า ซึ่ง เดอะ ร็อค   รับบทเป็น นักวานรวิทยาของเรื่อง ทั้งนี้ Rampage สร้างจากเกมแนวสัตว์ยักษ์ถล่มเมืองของค่าย Midway ออกจำหน่ายในปี 1986 จัดว่าเป็นเกมอาเขตที่โด่งดังมากในยุคนั้นและมีการดัดแปลงลงเล่นในคอนโซลอื่นๆเช่น Nintendo GameCube, PlayStation 2 และ Xbox โดยผู้เล่นรับบทเป็นเหล่าสัตว์ยักษ์ถล่มเมือง ด้วยความโด่งดังของเกมในยุค 80 ทำให้ผู้สร้างคิดนำเกมนี้มาโลดแล่นบนจอภาพยนตร์ครั้งแรกของค่าย นิว ไลน์ ซีนีม่า และ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ซึ่งก็ได้ให้ผู้กำกับอย่าง แบรด เพย์ตัน มานั่งแท่นกำกับอีกครั้งหลังจากที่กำกับ San Andreas, Journey 2: The Mysterious Island ซึ่งสร้างรายได้ให้ค่ายมาไม่น้อย นอกจากนี้ยังได้นักแสดงกล้ามใหญ่ เดอะ ร็อค  ดเวย์น จอห์นสัน กลับมาร่วมงานกับ เพย์ตัน อีกครั้งซึ่งก็เป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 3 แล้วที่เขาร่วมงานกันตั้งแต่ Journey 2: The Mysterious Island (2012) และ San Andreas (2015) ร่วมด้วย นาโอมี แฮร์ริส และ เจฟฟรี่ย์ ดีน มอร์แกน (นีแกน จาก The Walking Dead)  มาร่วมแสดงด้วย

Rampage วายร้ายทำลายล้าง บอกเล่าเรื่องราวของ จอห์น นักวานรวิทยาโดยเขาได้กอริลล่ากำพร้าตัวหนึ่งมาเลี้ยงตั้งแต่เล็กๆ เขาและกอริลล่าตัวนี้ผูกพันเปรียบเหมือนเพื่อนสนิท จนกระทั่งวันหนึ่งกอริลล่าของ จอห์น ไปโดนสารเคมีบางอย่างซึ่งมีบางคนตั้งใจปล่อยออกมาเพื่อทดลองบางอย่าง นั่นทำให้กอริลล่าตัวนี้มีขนาดใหญ่ขึ้นและดุร้ายขึ้น จอห์น ได้รับความช่วยเหลือจากนักสัตว์วิทยาคนหนึ่งและเจ้าหน้าที่จากองค์กรลับในการพากอริลล่าตัวนี้ไปตรวจหาบางอย่างเพื่อให้มันกลับมาเหมือนเดิม แต่ร่างที่โตขึ้นและดุร้ายขึ้นจนทำให้มันหลุดเข้าไปในเมืองใหญ่ นอกจากนี้แล้วยังมีสัตว์ตัวอื่นๆในป่าที่โดนสารเคมีลึกลับจนกลายเป็นสัตว์ยักษ์ดุร้ายตรงเข้าถล่มเมือง พวกมันทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็น หมาป่า, กอริลล่า, จระเข้ยักษ์ ซึ่งจอห์นต้องหาทางให้กอลิล่าเพื่อนรักของเขากลับมาเหมือนเดิมอีกครั้งและหาต้นตอว่าใครที่ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดด้วย Rampage มีคิวฉาย 19 เมษายน 2018

{ Comments are closed }

ปิดดีล Disney ได้ลิขสิทธิ์หนังเรื่องใดจาก Fox บ้าง

Disney

จัดว่าเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง ดีสนี่ย์ ที่ตอนนี้ได้ลงทุนกว่า 1.6 ล้านล้านบาทในการซื้อกิจการของ 20th Century Fox สตูดิโอใหญ่ของฮอลลีวู้ดนอกจากได้กิจการของ Fox แล้วยังได้ลิขสิทธิ์หนังใหญ่ของ Fox มากมายทั้งฟอร์มเล็ก, ฟอร์มใหญ่ รวมถึงแอนนิเมชั้น และ เคเบิลทีวี, โทรทัศน์ จัดว่าลงทุนทีเดียวได้สุดคุ้มจริงๆ แน่นอนอว่าธุรกิจภาพยนตร์เป็นอะไรที่ไม่แน่นอน การคว้านซื้อกิจการใหญ่สตูดิโอของฮอลลีวู้ดจากดิสนี่ย์นั้นทำให้ ดิสนี่ย์ จัดว่าเป็นค่ายภาพยนตร์รายใหญ่ที่สุดของวงการภาพยนตร์ไปแล้ว ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ทาง ดีสนี่ย์ ต้องการลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ฮีโร่ของมาร์เวลอย่าง X-Men, Fantastic Four และ  Deadpool แต่สำหรับ Fantastic Four ลิขสิทธิ์ยังอยู่ของ Constantine Films ซึ่ง Fox เป็นผู้สร้างเท่านั้นทั้งนี้คงต้องรอดูว่าฮีโร่อย่าง  Fantastic Four จะกลับมาอยู่กับ ดีสนี่ย์ หรือไม่ แต่แน่นอนว่าฮีโร่ 4 พลังคนกายสิทธิ์นี้จะได้มาอยู่กับดีสนี่ย์อย่างแน่นอนและเมื่อได้มาอยู่ในมือดิสนี่ย์เราอาจจะได้เห็นเวอร์ชั่นใหม่ของ Fantastic Four แน่นอน และฮีโร่สุดเกรียนอย่าง เรด วิลสัน จาก Deadpool ซึ่งเป็นเรท R ทั้งนี้ทำให้แฟนๆกลัวว่าการได้มาอยู่กับดีสนี่ย์อาจทำให้ลดเรทลงไป แต่ทั้งนี้จากคำยืนยันจาก Fox ว่า Deadpool ภาคต่อไปจะไปเรท R เหมือนเดิม นอกจากดีสนี่ย์จะได้ลิขสิทธิ์หนังฮีโร่ดังๆกลับมาในอ้อมกอดมาร์เวลแล้ว ดีสนี่ย์ยังได้ลิขสิทธิ์หนังใหญ่สำหรับจัดจำหน่ายอื่นๆอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น หนังอภิมหาฟอร์มยักษ์อย่าง Avatar หนังไซไฟสุดอลังกาล Planet of the Apes, The Martian, Artemis, Independence Day รวมถึงหนังไซ-ไฟ สยองขวัญอย่าง Alien and Predator, Die Hard, Red Sparrow, และ Kingsman  หนังแอนิเมชั่นอย่าง Ice Age หนังครอบครัวและผจญภัยอย่าง Alvin and the Chipmunks, Doctor Dolittle, Home Alone, Night at the Museum และ The Chronicles of Narnia และ  Percy Jackson นอกจากนี้ยังรวมถึง หนังไตรภาคใหม่อย่าง สตาร์วอร์ส รวมถึงไตรภาคดั้งเดิมทั้งหมดอีกด้วย แม้ว่าดีสนี่ย์จะได้ลิขสิทธิ์หนังดังฟอร์มใหญ่ ฟอร์มยักษ์มากมาย แต่น่าเสียดายที่ดีสนี่ย์ไม่ได้ลิขสิทธิ์หนังดังอย่าง Titanic หนังอมตะตลอดกาลแม้ว่าหนังเป็นของ Fox แต่ลิขสิทธิ์หนังครึ่งหนึ่งยังเป็นของ Paramount Picture ทั้งนี้แม้ว่าตอนนี้ลิขสิทธิ์ธุรกิจของ Fox จะอยู่ในมือของดิสนี่ย์แล้ว แต่ตอนนี้ทางดิสนี่ย์ยังคงดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจซึ่งคาดว่าดิสนี่ย์จะจัดการเบ็ดเสร็จครอบคลุมทั้งหมดในปี 2021 แน่นอนว่าการรวมตัวกันของสองค่ายยักษ์แห่งฮอลลีวู้ดนั้นจะการันตีได้ว่าแฟนๆจะได้ผลงานคุณภาพของภาพยนตร์มากมายที่จะเข้าฉายในอนาคตอย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมีโปรเจคเผยออกมาบ้างแล้วด้วย ซึ่งแฟนๆคงต้องรอคอยข่าวต่อไปว่าจะมีภาพยนตร์เรื่องใดที่น่าสนใจบ้าง

{ Comments are closed }

รวมโปรแกรมหนังเด็ดสุดมันส์ต้นปี 2018

รวมโปรแกรมหนังเด็ดสุดมันส์ต้นปี 2018

อีกไม่ถึงสองสัปดาห์จะสิ้นสุดปี 2017 แล้วแน่นอนว่าช่วงปลายปีก็มีหนังเด็ดๆมากมายที่เข้าฉายส่งท้ายปี ไม่ว่าจะเป็น สตาร์วอร์ส, จูแมนจี 2 ที่จ่อคิวฉาย โดยเปิดปีใหม่ 2018 มาก็มีหนังเด็ดๆสุดมันส์เข้าฉายตั้งแต่ต้นปีกันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นหนังฟอร์มเล็ก, ฟอร์มใหญ่ ต่างก็จ่อคิวฉายตั้งแต่เดือนมกราคม ยาวจนถึงช่วงเดือนเมษายนกันเลยทีเดียว เรามาดูกันว่ามีหนังเรื่องไหนมีคิวฉายในช่วงต้นปี 2018 กันบ้างไปชมกันเลย

Insidious: Chapter 4 เข้าฉาย 5 มกราคม 2018 หนังวิญญาณตามติดที่ยังครองความน่ากลัวให้ผู้ชมจนตอนนี้ดำเนินมาถึงภาคที่ 4 แล้วโดยหนังจะย้อนกลับไปก่อนภาคแรกหลายปีและเป็นเรื่องราวเกิดขึ้นอีกครอบครัวหนึ่ง , Maze Runner: The Death Cure เข้าฉาย 25 มกราคม 2018 หนังฟอร์มยักษ์ภาคสุดท้ายของ วงกตมฤตยู ที่เลื่อนฉายจากปี 2017 โดยภาคนี้จะเป็นภาคที่ปิดฉากทั้งหมดของเรื่องซึ่งเนื้อเรื่องยังคงเล่าต่อจากภาคสอง แน่นอนว่ามีแฟนๆหลายคนต่างรอคอยภาคสุดท้ายนี้มากแน่นอน, Fifty Shades Freed เข้าฉาย 8 กุมภาพันธ์ 2018 อีกหนึ่งภาคสุดท้ายหนังโรแมนติกสุดเร่าร้อนที่จะปิดฉากความรักระหว่าง นาตาชา และ มิสเตอร์เกรย์ , Black Panther เข้าฉาย 16 กุมภาพันธ์ 2018 หนังเดี่ยวของ Black Panther ปรากฏตัวครั้งแรกใน Captain America Civil war กลายเป็นกระแสทีมฝ่าบาทไปทันที โดยเรื่องนี้จะเป็นหนังเดี่ยวของเขา, Tomb Raider เข้าฉาย 16 มีนาคม 2018 ฮีโร่สาวนักผจญภัยฉบับรีบูตยกเครื่องใหม่ทั้งหมดมาคอยดูกันว่าเวอร์ชั่นนี้จะทำรายได้ดีเท่าเวอร์ชั่นเก่าหรือไม่

 

Pacific Rim: Uprising เข้าฉาย 22 มีนาคม 2018 หนังภาคต่อที่หลายๆคนรอคอย กับมนุษย์ควบคุมหุ่นยนต์เพื่อต่อสู้กับสัตว์ประหลาดยักษ์ที่หมายจะล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์กลับมาในภาคนี้มันโหดกว่าเดิมและใหญ่กว่าเดิม, Ready Player One เข้าฉาย 18 มีนาคม 2018 ภาพยนตร์ไซ-ไฟสุดล้ำผลงานกำกับของเจ้าพ่อฮอลลีวู้ด สตีเว่น สปีลเบริก์ บอกเล่าเรื่องของโลกอนาคตและเกมเสมือนจริงกับการแข่งขันที่ต้องใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน, New Mutants เข้าฉาย เมษายน 2018 ภาคแยกของ X-Men เรื่องราวของนักเรียนอีกรุ่นของ ชารล์ เซเวียร์ ที่ควบคุมพลังตัวเองไม่ได้ , Rampage 19 เมษายน 2018 สร้างจากเกมสัตว์ประหลาดถล่มเมืองชื่อดัง บอกเล่าเรื่องราวของผู้พิทักษ์สัตว์คนหนึ่งต้องเผชิญกับสัตว์ที่เติบโตจากการโดนสารเคมีบางชนิดและเขาต้องหาคำตอบและช่วยเหลือสัตว์เหล่านี้ให้ได้ นอกจากหนังฟอร์มเล็ก ฟอร์มใหญ่ต่างๆแล้วยังมีหนังอื่นๆที่คาดว่าจะเข้าฉายอีกอาทิ Peddington 2, Proud Mary, Cloverfield 2 , Early Man, Red Sparrow เป็นต้น 

{ Comments are closed }

Jigsaw ทวงบัลลังก์ความโหดขึ้นอันดับ 1 Box Office

หนังสยองขวัญเลือดสาดภาคต่อที่หลายคนรอคอยอย่าง Jigsaw หรือภาคที่ 8 ของหนังสยองขวัญ SAW เกมตัดต่อตาย ที่ล่าสุดได้ออกฉายไปแล้วในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2017 ที่ผ่านมาต้อนรับสัปดาห์เทศกาลวันฮาโลวีน แน่นอนว่าการกลับมาของภาคต่อหนังสยองขวัญสุดโหดทำให้คอหนังสายโหดเดินหน้าตีตั๋วเข้าชมภาพยนตร์ซึ่งรายได้เปิดตัววันแรกสูงถึง 16.25 ล้านเหรียญ ซึ่งก็สามารถขึ้นอันดับ 1 ตารางบ็อกซ์ออฟฟิศของอเมริกาเรียบร้อยแล้ว แถมยังขึ้นแท่นหนังสยองขวัญปลายปี 2017

เป็นเวลานานถึง 7 ปีที่หนังสยองขวัญอย่าง SAW 7 ภาคล่าสุดที่ออกฉายเมื่อปี 2010 ซึ่งหลังจากนั้นภาพยนตร์สยองขวัญ เกมโหดของฆาตกรจิ๊กซอว์ก็ไม่มีข่าวว่าจะสร้างภาคที่ 8 แต่อย่างใด จนกระทั่งช่วงปี 2015 – 16 ทางสตูดิโอยืนยันสร้างภาคที่ 8 ซึ่งเป็นภาคสุดท้ายที่สมบูรณ์แบบที่สุด จนในที่สุดภาคที่ 8 ของ SAW ในชื่อว่า Jigsaw กลับมาพร้อมกับความโหดที่ยกระดับความน่ากลัวมากขึ้น หนังเล่าเรื่องราวของเหยื่อที่ถูกฆาตกรรมเพิ่มขึ้นจากวิธีการสุดวิปริตของ จอห์น เครเมอร์ หรือ จิ๊กซอว์ ซึ่งตายเป็นนานแล้วแต่ตำรวจต้องรวมทีมสืบสวน หลักฐานที่นำไปสู่คำตอบและปริศนาการหาตัวผู้ที่สืบทอดเกมสุดโหดของเขา และใครที่มารับช่วงต่อนี้ ตำรวจต้องสืบตัวก่อนที่จะมีเหยื่อรายต่อไปสังเวยชีวิตให้กับเกมทรมานสุดวิปริตของมัน  ความวิปลาสของ Jigsaw ฆาตกรโรคจิตอัจฉริยะกำลังจะถูกอัปดีกรีความเหี้ยมขึ้นไปอีกขั้นและในภาคนี้ตำรวจจะปิดตำนานความอำมหิตได้หรือไม่พิสูจน์ได้ 30 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

{ Comments are closed }

Thor: Ragnarok เปิดตัวรายได้อันดับ 1 ถล่มแล้ว 107 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

เป็นหนังอีกเรื่องที่แฟนๆต่างรอคอย หนังฮีโร่จากมาร์เวลอย่าง Thor: Ragnarok ภาคที่ 3 ของธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า ซึ่งเปิดตัวไปแล้วที่อเมริกาแถมยังกวาดรายได้สูงอันดับ 1 อีกด้วยรายได้กว่า 107 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 3,600 ล้านบาทไทย เรียกว่าวันเดียวเปิดตัวสตูดิโอได้กำไรเพียบแถมยังยิ้มแก้มปริ จากการรายการของ The Hollywood Reporter ว่า ภาพยนตร์แฟนตาซี – แอคชั่น Thor: Ragnarok ที่เข้าฉายเปิดตัวที่อเมริกาไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยการฉายแบบจำกัดโรง แม้ว่ายังไม่ได้จริง แต่ทว่ารายได้ก็ทำให้ทาง มาร์เวล และดิสนีย์ ยิ้มหน้าบานยกใหญ่เมื่อหนังเปิดตัวด้วยรายได้สูงอันดับหนึ่งของ Box Office นอกจากรายได้ในประเทศแล้ว หนังยังเปิดตัวในต่างประเทศด้วยรายได้ที่ไม่ขาดทุนแต่อย่างใด เช่น อังกฤษที่ทำให้รายเปิดตัวได้กว่า 15.8 ล้านเหรียญสหรัฐ, เกาหลีใต้กับรายได้ 15.5 ล้านเหรียญสหรัฐ , ออสเตรเลีย 8.4 ล้านเหรียญสหรัฐ, บราซิล 8.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้แม้ว่าหนังจะยังไม่เข้าฉายอย่างทางการ แต่คาดว่าเมื่อหนังเข้าฉายอาจทำรายได้สูงถึง 200 – 300 ล้านเหรียญเลยทีเดียว รวมถึงรายได้จากประเทศอื่นๆอีกซึ่งยังไม่กำหนดฉายคาดว่าเมื่อรายได้ปิดตัวลงทั่วโลก หนังอาจทำรายได้สูงถึง 800 – 1,000 เหรียญก็ได้ นอกจากรายได้ที่มากมายแล้วจากคะแนนเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง  Rotten Tomatoes ที่สูงถึง 96% รวมถึงคะแนนจาก IMDB อีก 8.2 คะแนนที่จัดว่าสูงมากทีเดียว สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Thor: Ragnarok จะมีคิวฉายในประเทศไทยวันที่ 2 พฤศจิกายน 2017 นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีแฟนๆชาวไทยรอคอยและเดินทางตีตั๋วเข้าชมหนังเรื่องนี้อีกจำนวนมาก

 

{ Comments are closed }

IT สยองแรง นิวไลน์คอนเฟิร์มภาคต่อมาแน่

เพิ่งเข้าฉายไปเพียงสัปดาห์เดียวกับภาพยนตร์สยองขวัญจากปลายปากกาของ สตีเฟ่น คิง อย่าง IT โผล่จากนรก ก็สามารถทำรายได้และกระแสวิจารณ์อย่างดีมากถึงความหลอน สะดุ้งแรงๆ ของเจ้าตัวตลกในตำนานอย่าง เพนนี่ ไวท์ แน่นอนว่าด้วยกระแสและคำวิจารณ์รวมถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทางสตูดิโอต้นสังกัดไม่รอช้าอนุมัติให้สร้างภาคต่อเรียบร้อยแล้ว

แม้ว่าภาพยนตร์เรื่อง IT โผ่ลจากนรก จะไม่ออกจากตารางฉายแต่ภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายสยองขวัญขายดีอย่าง IT ของ สตีเฟ่น คิง ที่เคยสร้างความหลอนมาแล้วในฉบับมินิซีรี่ย์ปี 1990 และในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ของปี 2017 ซึ่งก็ได้รับคำชม คำวิจารณ์อย่างดีทำให้ สตูดิโอ นิวไลน์ และ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส อนุมัติสร้างภาคต่อในทันทีซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ขั้นการเขียนบทแล้ว พร้อมทั้งระบุว่าใน IT 2 จะพาผู้ชมดำดิ่งสู่โลกของตัวตลกปีศาจ เพนนี่ ไวท์ จากคำสัมภาษณ์ของ แอนดี้ มูเชตติ ผู้กำกับ เผยว่า ในภาคที่ 2 เราจะพาผู้ชมเจาะลึกเข้าไปในโลกของ เพนนี่ ไวท์ อย่างละเอียดและในภาค 2 จะเล่าถึงที่มาที่ไปของ เพนนี่ ไวท์ มากยิ่งขึ้น ขณะที่ภาคแรกนั้นดูเหมือนเรื่องราวเจาะไปที่กลุ่มเด็กๆ เท่านั้น

ขณะเดียวกันเจ้าของบท เพนนี่ ไวท์ เวอร์ชั่น 2017 บิล ซาร์สการ์ด ยืนยันแล้วว่าเขาจะกลับมาในภาคต่อแน่นอน และทางผู้กำกับกล่าวถึงรายละเอียดบางส่วนว่าตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการร่างบทโดยเนื้อเรื่องคาดว่าจะเป็นเรื่องราวของกลุ่มเด็กๆจากภาคแรกในวัยผู้ใหญ่ซึ่ง เพนนี่ ไวท์ กลับมาหลอกหลอนพวกเขาอีกครั้ง คาดว่าบทจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2018

{ Comments are closed }

ยืนยันแล้ว ไชอา ลาบัฟ ไม่กลับมาใน อินเดียน่า โจนส์ 5

อีกหนึ่งภาพยนตร์ผจญภัยที่หลายคนรอคอยอย่าง อินเดียน่า โจนส์ 5 ที่ตอนนี้ทางสตูดิโอยืนยันแล้วว่าจะสร้างภาค 5 อย่างแน่นอนรวมถึงนักแสดงเจ้าของบทอย่าง แฮริสัน ฟอร์ด ในบท อินเดียน่า โจนส์ จะกลับมาในภาคนี้ ซึ่งต่อมานั้นทางแฟนๆยังคงรอคำตอบว่าใครจะกลับมาในภาคนี้บ้าง ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเขียนบท ล่าสุดทางนักเขียนบทได้ยืนยันแล้วว่านักแสดงจากภาคที่ 4 อย่าง ไชอา ลาบัฟ ที่รับบท มัตต์ วิลเลี่ยม ลูกชายของ อินเดียน่าและมาเรียม จะไม่กลับมาในภาคที่ 5 อย่างแน่นอน แม้ว่ามีข่าวว่าในภาคนี้เขาจะมีบทบาทมากขึ้น อย่างไรก็ตามยังไม่มีการยืนยันว่าตัวละครมัตต์จะมีบทบาทในภาค 5 หรือไม่ เพราะตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเขียนบท ซึ่งหากว่ามีตัวละครมัตต์ คงต้องหานักแสดงใหม่ด้วย

ทาง เดวิด คอปป์ มือเขียนบทจากภาคที่แล้ว ได้เปิดเผยข้อมูลทางเว็บไซต์ Entertainment Weekly ว่าตัวละครอย่าง มัตต์ วิลเลี่ยม รับบทโดย ไชอา ลาบัฟฟ์ จะไม่อยู่ในภาคนี้ซึ่งได้รับความกระจ่างจากแฟนๆภาพยนตร์แล้ว ซึ่งมีการถามถึงวันเปิดกล้อง โดยทางทีมเขียนบทยังสัมภาษณ์ว่าตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการร่างบทซึ่งคงต้องรอบทเสร็จสมบูรณ์ก่อนรวมถึงความพร้อม สตีเว่น สปีลเบิร์ก ผู้กำกับ และคิวของ แฮริสัน ฟอร์ด โดยในภาค 5 จะเป็นเรื่องราวของ อินเดียน่า โจนส์ ที่ตามหาของล้ำค้าบางอย่างในดินแดนที่สาบสูญ

สำหรับ อินเดียน่า โจนส์ ภาค 5 ตอนนี้ยังไม่มีกำหนดเปิดกล้อง รวมถึงชื่อตอนด้วย ซึ่งในภาคนี้กำกับโดย สตีเว่น สปีลเบิร์ก และ เขียนบทโดย เดวิด คอปป์ โดยหนังมีกำหนดฉาย 10 กรกฎาคม 2020

{ Comments are closed }