Browsing: ดารายอดฮิต

เลียม นีสัน ฝ่าเส้นตายอีกครั้งในรถไฟนรก จาก The Commuter

เลียม นีสัน

เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ต้นปี 2018 ที่น่าสนใจอย่าง The Commuter ผลงานกำกับของ โจเม่ คอลเลต เซอร์ร่า ผู้กำกับที่เคยสร้างความระทึกมาแล้วใน Non – Stop และ The Shallows กลับมาคราวนี้เขาได้คิดพล็อตใหม่อีกครั้งบนรถไฟด่วนและได้นักแสดงอย่าง เลียม นีสัน ที่เคยร่วมงานมาแล้วใน Non – Stop ด้วย ทั้งนี้ตัวทีเซอร์แรกได้ถูกปล่อยออกมาตั้งแต่ปี 2017 แล้วซึ่งล่าสุดก็ปล่อยตัวอย่างที่สองออกมาให้แฟนได้ชมความระทึกแบบเต็มๆอีกครั้งซึ่งก็เรียกว่าตัวอย่างจัดเต็มทั้งความระทึก และ แอ็คชั่นผสมกันอย่างลงตัว ทั้งนี้ เลียม นีสัน รับบทเป็นพนักงานบริษัทธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากเรื่อง Non – Stop ที่เขารับบทเป็นนายตำรวจอากาศที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบิน ซึ่งตัวอย่างใหม่ก็จัดว่าจัดเต็มมากเพื่อต้อนรับศักราชใหม่ รวมทั้งความกดดันต่างๆในเรื่องตามสไตล์ผู้กำกับรายนี้ สำหรับ เลียม นีสัน นั้นเคยร่วมงานกับ ผู้กำกับ โจเม่ คอลเลต เซอร์ร่า มาแล้วถึง 3 ครั้งก่อนหน้านี้อย่าง Unknown, Non-Stop และ Run All Night โดย The Commuter เป็นเรื่องที่ 4 ของเขาและ เซอร์ร่า ทั้งนี้สำหรับผลงานของ โจเม่ คอลเลต เซอร์ร่า นั้นเป็นหนังที่ทุนสร้างไม่สูงนักและถือว่าเป็นหนังฟอร์มเล็ก แต่เป็นหนังที่อัดแน่นด้วยคุณภาพและโกยรายได้ คำวิจารณ์มาแล้วไม่ว่าจะเป็น Non-Stop, The Shallows ที่ได้คำวิจารณ์ในด้านบวกมากมายมาแล้ว นอกจาก เลียม นีสัน แสดงนำแล้วยังได้นักแสดงมากฝีมือไม่ว่าจะเป็น เวรา ฟาร์มิกา จาก Up in the Air, The Conjuring, แพทริค วิลสัน จาก Insidious, Watchmen และ The Conjuring, แซม นีล จาก Escape Plan, Jurassic Park

สำหรับ The Commuter  เป็นเรื่องราวของ ไมเคิล (เลียม นีสัน) พนักงานบริษัทธรรมดาที่เขาไป-กลับบ้านด้วยการนั่งรถไฟด่วนเป็นกิจวัตร แต่เมื่อวันหนึ่งขณะที่เขากำลังเดินทางไปทำงานเหมือนอย่างที่ทำทุกวัน แต่แล้วเขาได้พูดคุยกับผู้หญิงลึกลับคนหนึ่งชื่อว่า โจแอนนา (เวรา ฟาร์มิกา) เธอยื่นข้อเสนอบางอย่างให้เขาในการเปิดเผยตัวตันบุคคลลึกลับคนหนึ่งที่ไม่ควรอยู่บนรถไฟสายนี้ เพื่อแลกกับเงินจำนวนมากแต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อมีบุคคลอีกกลุ่มกำลังวางแผนทำให้รถไฟสายนี้ตกรางและเกิดอุบัติเหตุใหญ่ในเมืองด้วย ไมเคิล ต้องหาทางหาตัวบุคคลลึกลับที่บงการก่อนจะสายเกินไปทั้งชีวิตเขาและผู้โดยสารจำนวนมากบนรถไฟขบวนนี้ ด้วยการแข่งกับเวลาที่น้อยลงทุกที จำนวนชีวิตที่ถูกเอามาเดิมพันในเกมกลับมีมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของเขาและคนใกล้ตัว เขาต้องรับไขปริศนาก่อนที่รถไฟขบวนนี้จะเป็นโศกนาฏกรรมครั้งร้ายแรงที่สุด  The Commuter   เข้าฉาย 18 มกราคม 2018

{ Comments are closed }

เดอะร็อค ปะทะอสูรยักษ์ ใน Rampage

Rampage

เดอะ ร็อค  ดเวย์น จอห์นสัน กลับมาร่วมงานกับ แบรด เพย์ตัน อีกครั้งในภาพยนตร์ Rampage วายร้ายทำลายล้าง ว่าด้วยเรื่องของสัตว์ยักษ์ถล่มเมือง ถือว่าเป็นหนึ่งนักแสดงที่มีคิวงานไม่ขาดสายอย่าง เดอะ ร็อค  ดเวย์น จอห์นสัน ที่ล่าสุดมีโอกาสกลับมาร่วมงานกับผู้กำกับอย่าง แบรด เพย์ตัน อีกครั้งนับเป็นครั้งที่สามของการร่วมงานระหว่างเขาและผู้กำกับคนนี้ โดยล่าสุดที่เขาแสดงนั้นภาพยนตร์แนวไซ-ไฟ ระทึกขวัญ อย่าง Rampage เมื่อเหล่าสัตว์ป่ากลายเป็นสัตว์ยักษ์ที่พร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า ซึ่ง เดอะ ร็อค   รับบทเป็น นักวานรวิทยาของเรื่อง ทั้งนี้ Rampage สร้างจากเกมแนวสัตว์ยักษ์ถล่มเมืองของค่าย Midway ออกจำหน่ายในปี 1986 จัดว่าเป็นเกมอาเขตที่โด่งดังมากในยุคนั้นและมีการดัดแปลงลงเล่นในคอนโซลอื่นๆเช่น Nintendo GameCube, PlayStation 2 และ Xbox โดยผู้เล่นรับบทเป็นเหล่าสัตว์ยักษ์ถล่มเมือง ด้วยความโด่งดังของเกมในยุค 80 ทำให้ผู้สร้างคิดนำเกมนี้มาโลดแล่นบนจอภาพยนตร์ครั้งแรกของค่าย นิว ไลน์ ซีนีม่า และ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ซึ่งก็ได้ให้ผู้กำกับอย่าง แบรด เพย์ตัน มานั่งแท่นกำกับอีกครั้งหลังจากที่กำกับ San Andreas, Journey 2: The Mysterious Island ซึ่งสร้างรายได้ให้ค่ายมาไม่น้อย นอกจากนี้ยังได้นักแสดงกล้ามใหญ่ เดอะ ร็อค  ดเวย์น จอห์นสัน กลับมาร่วมงานกับ เพย์ตัน อีกครั้งซึ่งก็เป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 3 แล้วที่เขาร่วมงานกันตั้งแต่ Journey 2: The Mysterious Island (2012) และ San Andreas (2015) ร่วมด้วย นาโอมี แฮร์ริส และ เจฟฟรี่ย์ ดีน มอร์แกน (นีแกน จาก The Walking Dead)  มาร่วมแสดงด้วย

Rampage วายร้ายทำลายล้าง บอกเล่าเรื่องราวของ จอห์น นักวานรวิทยาโดยเขาได้กอริลล่ากำพร้าตัวหนึ่งมาเลี้ยงตั้งแต่เล็กๆ เขาและกอริลล่าตัวนี้ผูกพันเปรียบเหมือนเพื่อนสนิท จนกระทั่งวันหนึ่งกอริลล่าของ จอห์น ไปโดนสารเคมีบางอย่างซึ่งมีบางคนตั้งใจปล่อยออกมาเพื่อทดลองบางอย่าง นั่นทำให้กอริลล่าตัวนี้มีขนาดใหญ่ขึ้นและดุร้ายขึ้น จอห์น ได้รับความช่วยเหลือจากนักสัตว์วิทยาคนหนึ่งและเจ้าหน้าที่จากองค์กรลับในการพากอริลล่าตัวนี้ไปตรวจหาบางอย่างเพื่อให้มันกลับมาเหมือนเดิม แต่ร่างที่โตขึ้นและดุร้ายขึ้นจนทำให้มันหลุดเข้าไปในเมืองใหญ่ นอกจากนี้แล้วยังมีสัตว์ตัวอื่นๆในป่าที่โดนสารเคมีลึกลับจนกลายเป็นสัตว์ยักษ์ดุร้ายตรงเข้าถล่มเมือง พวกมันทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็น หมาป่า, กอริลล่า, จระเข้ยักษ์ ซึ่งจอห์นต้องหาทางให้กอลิล่าเพื่อนรักของเขากลับมาเหมือนเดิมอีกครั้งและหาต้นตอว่าใครที่ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดด้วย Rampage มีคิวฉาย 19 เมษายน 2018

{ Comments are closed }

เดอะร็อค อาจลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ปี 2024

เดอะร็อค

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่เตรียมลงเล่นการเมืองอย่าง เดอะร็อค หรือ เดอะร็อค ดเวย์น จอห์นสัน ล่าสุดนักแสดงกล้ามแน่นเตรียมตัวศึกษาด้านการเมืองและเตรียมลงเลือกตั้งประธานาธิบดี ในปี 2024 หลังเคลียร์งานแสดงภาพยนตร์ทั้งหมดแล้ว ซึ่งจะกลายเป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่เตรียมลงเล่นการเมืองเช่นเดียวกับนักแสดงรุ่นพี่ไม่ว่าจะเป็น อาร์โน ชวาชเน็กเกอร์, ซิลเวสเตอร์ สตาร์โลน และ จอร์จ คูนี่ย์  ทั้งนี้ทาง เดอะร็อค เผยว่าตั้งใจทำตามคำขอของแฟนๆ

หลังจากออกจากวงการมวยปล้ำระดับโลก มาเป็นนักแสดงระดับแถวหน้าของฮอลลีวู้ด ดารากล้ามบึกอย่าง  เดอะร็อค ดเวย์น จอห์นสัน ซึ่งก็มีงานแสดงเข้ามามากมายหลากหลายบทบาทซึ่งแฟนๆก็เห็นเขาเล่นภาพยนตร์มากมายไม่ว่าจะเป็น บทบู๊แอ็คชั่นสุดมันส์, บทคอมมาดี้, บทผจญภัยต่างๆ ซึ่งก็มีงานแสดงเข้ามาไม่ขาดสาย ล่าสุดมีข่าวว่านักแสดงร่างใหญ่เตรียมลงรับสมัครเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาภายในปี 2024 ทั้งจากข่าวให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง Jumanji: Welcome to the Jungle ทีกำลังเข้าฉายปลายเดือนธันวาคม 2018 ที่จะถึงนี้ ซึ่งการให้สัมภาษณ์ข่าวลือดังกล่าวนี้ เดอะร็อค เผยว่าข่าวดูเหมือนเป็นความจริงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตอนนี้เขากำลังศึกษาด้านการเมืองและคาดว่าแฟนๆอาจเห็นเขาออกตระเวนหาเสียงในอนาคต เช่นเดียวกับนักแสดงรุ่นพี่ที่หันมาลงเล่นการเมืองด้วย ทั้งนี้จากการเปิดเผยของเว็บไซต์ Varity เผยว่าความคิดที่ลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีของเขานั้นไม่ได้มาจากความตั้งใจของเขา แต่เพื่อคำขอของแฟนๆที่อยากให้เขาลงสมัครเลือกตั้งรวมถึงยังบอกด้วยว่าหากเขาได้เป็นประธานาธิบดีจริงๆจะเป็นอะไรที่ดีมากด้วย นั่นทำให้นักแสดงกล้ามใหญ่เริ่มหันมาศึกษาข่าวด้านการเมืองอย่างจริงจัง

ทั้งนี้แม้ว่าแฟนๆจะได้เห็นเขาลงเล่นการเมืองอย่างจริงจังแต่คงต้องรอต่อไปยาวๆ เนื่องจากเขามีคิวงานแสดงที่แน่นเอี๊ยดจนถึงปี 2021 เลยทีเดียว ซึ่งแฟนๆคงต้องรอยาวไปจนถึงปี 2024 สำหรับ ดเวย์น จอห์นสัน เป็นอดีตนักมวยปล้ำของ WWE มีฉายาจากแฟนๆว่า เดอะร็อค ก่อนจะผันตัวมาเป็นนักแสดงของฮอลลีวู้ดอย่างจริงจังในปี 2001 โดยเริ่มแสดงในภาพยนตร์เรื่อง The Mummy Returns ของผู้กำกับ สตีเว่น ซัมเมอร์ และมีงานแสดงภาพยนตร์เรื่อยๆมาจนเป็นหนึ่งในนักแสดงแถวหน้าของฮอลลีวู้ด แม้ว่าเขาจะอำลาวงการมวยปล้ำแล้วแต่เขาก็มีโอกาสเป็นพิธีกรรับเชิญในการแข่งขันมวยปล้ำอยู่บ้าง สำหรับคิวงานแสดงที่เขาเตรียมเล่นนั้น เช่น Suicide Squad 2, Journey 3: From the Earth to the Moon, San Andreas 2, Black Adam, The Janson Directive และที่กำลังเข้าฉาย เช่น Jumanji: Welcome to the Jungleเข้าฉาย 21 ธันวาคม 2017, Rampage เข้าฉาย 19 เมษายน 2018

{ Comments are closed }

แดน สตีเวนส์ เจ้าชายอสูรจาก Beauty and the Beast

แดน สตีเวนส์

ภาพยนตร์ที่ครองใจผู้ชมอย่าง Beauty and the Beast ที่เข้าฉายไปเมื่อต้นปี 2017 ที่ผ่านมาและสามารถกวาดรายได้กว่า 1 พันล้านดอลลาห์กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดช่วงต้นปี 2017 ทั้งนี้หลังจากตอนท้ายของภาพยนตร์ทำให้แฟนๆได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเจ้าชายอสูรที่ทำให้สาวๆกรี๊ดกันยกใหญ่ ซึ่งเจ้าชายอสูรรับบทโดย  แดน สตีเวนส์ นักแสดงหนุ่มชาวอังกฤษ ทั้งนี้สาวๆหลายคนคงอยากรู้ว่านักแสดงหนุ่มผู้นี้มีประวัติที่มาอย่างไรและได้บทเจ้าชายอสูรมาได้อย่างไรต้องบอกว่าประวัติของเขานั้นหลายๆคนไม่เคยทราบมาก่อน

แดน สตีเวนส์ เกิดเมื่อเดือนตุลาคม ปี 1982 ที่เมืองครอยดอน ประเทศสหราชอาณาจักร ทั้งนี้เขากำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็กและได้รับการอุปการะโดยพ่อแม่บุญธรรมของเขาซึ่งประกอบอาชีพครู ตั้งแต่เขาอายุได้ 7 ขวบ รวมถึงเขายังมีน้องชายอีกคนที่ได้รับการอุปการะเช่นกัน แดน ศึกษาจบระดับปริญญาตรี สาจาวรรณอังกฤษ ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ต่อมาเขาเริ่มเข้าสู่เส้นทางสายอาชีพจากการแสดงละครเวที ซึ่งผู้กำกับชื่อดังอย่าง ปีเตอร์ ฮอลล์ ได้เห็นแววการแสดงของเขาและชักชวนเขาเล่นละครเวทีเรื่องแรกชื่อว่า Macbeth และเขาเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในการแสดงละครเวทีอีกเรื่องของ ปีเตอร์ ฮอลล์ ชื่อเรื่องว่า As You Like It ที่สร้างจากบทประพันธ์ของ วิลเลียม เชกสเปียร์ และในปี 2004 เขาได้แสดงทางจอโทรทัศน์ครั้งแรกในมินิซีรี่ย์ชื่อว่า Frankenstein ต่อมาเขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะนักแสดงชาวอังกฤษจากซีรี่ย์เรื่อง Downton Abbey และในปี 2014 เขามีผลงานแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกชื่อว่า The Guest นอกจากนี้เขายังมีผลงานซีรี่ย์ของมาร์เวลเรื่อง Legion ในปี 2016 และได้มีโอกาสเข้ามาออดิชั่นในบทเจ้าชายอสูร เรื่อง Beauty and the Beast ฉบับคนแสดงของดิสนี่ย์ ซึ่งเขาสามารถผ่านบททดสอบต่างๆซึ่งสุดท้ายแล้วเขาก็ได้รับบท เจ้าชายอสูร แสดงร่วมกับ เอ็มม่า วัตสัน ในบท เบลล์ จากการเปิดตัวในบทบาทนี้ทำให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งการแสดง ความสามารถของเขาด้วย  นอกจากนี้เขายังมีเพื่อสนิทซึ่งเป็นนักแสดงด้วยกันไม่ว่าจะเป็น เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบทช์ ที่เคยแสดงร่วมกันในภาพยนตร์เรื่อง The Fifth Estate เมื่อปี 2013 รวมถึงยังเป็นเพื่อนสนิทกับ เอ็ดดี้ เรดเมย์น และทอม ฮิดเดิลสตัน อีกด้วย

นอกจากงานแสดงแล้วเขายังสนใจในด้านวรรณกรรมจากที่เขาเรียนจบมาและมีงานเขียนเป็นของตัวเอง โดยเขายังก่อตั้งนิตยสารออนไลน์ชื่อว่า  The Junket ซึ่งเป็นงานเขียนวรรณกรรมออนไลน์ โดยเขายังนั่งตำแหน่งบรรณาธิการด้วย และยังนั่งเก้าอี้คอลัมนิสต์ประจำนิตยสาร The Sunday Telegraph  รวมถึงยังมีผลงานให้เสียงพากย์ในภาพยนตร์เรื่อง เจมส์ บอนด์ ในตอน Casino Royale ด้วย

{ Comments are closed }

ลือ เบน แอฟเฟล็ก อาจรับบท แบทแมน ครั้งสุดท้ายก่อนหมดสัญญา

เบน แอฟเฟล็ก

ข่าวลืออีกหนึ่งนักแสดงอย่าง เบน แอฟเฟล็ก ซึ่งรับบท แบทแมน หรือ บรูซ เวนย์ คนล่าสุดซึ่งล่าสุดกับภาพยนตร์เรื่อง Justice league ที่เพิ่งเข้าฉายเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2017 ที่ผ่านมาในบท แบทแมน ทว่ามีข่าวลือว่าเขาอาจจะรับบท แบทแมน ครั้งสุดท้ายในภาพยนตร์เรื่อง Flashpoint  ที่จะเข้าฉายคิวต่อไปทั้งนี้ข่าวเรื่องที่เขาจะรับบทใน The Batmen ยังคงไม่มีคำตอบจากข่าวก่อนหน้านี้ที่ว่าเขาจะกำกับใน The Batmen และขอถอนตัวในภาพยนตร์ดังกล่าว แต่ทั้งนี้เขายังไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆเกี่ยวกับบทแบทแมน แม้ว่าจะมีข่าวลือออกมาหนาหูว่านักแสดงที่จะมารับบท แบทแมน หรือ บรูซ เวนย์ คนใหม่อาจจะเป็น เจค จินเลนฮาล (Jake Gyllenhal) และ จอน แฮมม์ (Jon Hamm) ทั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นที่ยืนยันคร่าวๆแล้วว่านักแสดงเจ้าบทบาทอาจจะไม่กลับมาในบทของ แบทแมน แล้วและจะรับบทนี้ในเรื่อง Flashpoint ซึ่งเป็นเรื่องสุดท้ายก่อนหมดสัญญากับ DC โดย The Batmen นั้นจะเป็นหนังเดี่ยวของแบทแมนอีกครั้งหลังจากห่างไปนานหลายปี โดยเรื่อง Flashpoint จะเป็นหนังรวมจักรวาลเดียวกับ เดอะแฟลช ซึ่งคาดว่าบทของแบทแมนจะเป็นการอำลาแฟนๆในบทบาทที่เขาได้รับ ทั้งนี้เช่นเดียวกับ เฮนรี่ คาร์วิล ในบท ซุปเปอร์แมน ซึ่งคาดว่าเขาจะรับบทดังกล่าวใน Men of Still 2 เป็นเรื่องสุดท้ายก่อนหมดสัญญาเช่นกัน

สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Flashpoint เป็นเรื่องราวที่อ้างอิงจากหนังสือการ์ตูนของ DC Commic จะเล่าเรื่องย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ตอนแบร์รี่ อัลเลน หรือ เดอะแฟลช ที่ย้อนเวลากลับไปเพื่อช่วยชีวิตแม่ของเขาจากการฆาตกรรม แต่เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาในโลกปัจจุบันพบว่ามันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขากลับไปช่วยชีวิตแม่ของเขาสำเร็จ แต่ผู้ที่ถูกฆาตกรรมแทนคือ บรูซ เวนย์ และมี โทมัส เวนย์ พ่อของเขาเป็น แบทแมน และ มาร์ธา เวนย์ แม่ของเขาเป็นบ้าและกลายเป็นโจ๊กเกอร์ภายหลัง

ทั้งนี้มีข่าวลือต่างๆว่านักแสดงที่มารับบท โทมัส เวนย์ อาจเป็น เจฟฟรีย์ ดีน มอร์แกน จาก The Walking Dead มารับบท แบทแมน รุ่นใหญ่ ซึ่งเขาเองเคยรับบท โทมัส เวนย์ จาก Batman v Superman: Dawn of Justice มาแล้วทั้งนี้ดูเหมือนว่าข่าวลือดังกล่าวอาจเป็นความจริง ซึ่งเขาเคยให้สัมภาษณ์ในรายการหนึ่งว่า เขาอยากรับบทแบทแมน หากว่าผู้สร้างเลือกเขาในเรื่อง The Batmen อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆเกี่ยวกับงานสร้าง การถ่ายทำ รวมถึงผู้ที่จะมารับบท บรูซ เวนย์ คนใหม่หรือไม่แน่ว่า เบน อาจยังคงกลับมารับบทดังกล่าวก็ได้ สำหรับโปรเจค Flashpoint ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นการสร้างเพียงเท่านั้นยังไม่มีประกาศทางการว่าถ่ายทำปีใด แต่ตัวหนังมีวางคิวฉายไว้ที่ปี 2020

{ Comments are closed }

ลีโอนาโด – เคท คืนตำนานคู่ขวัญอีกครั้งในรอบ 20 ปี

คู่พระ-นาง ในตำนานอย่าง ลีโอนาโด ดิคาปริโอ และ เคท วินสเล็ต คู่พระ-นางจากภาพยนตร์เรื่องดังอย่าง ไททานิค เที่ยวพักผ่อนด้วยกันอีกครั้งพร้อมตอกย้ำมิตรภาพของทั้งคู่ในวัย 40 กว่าๆ แม้เวลาผ่านไปถึง 20 ปี แต่มิตรภาพไม่เคยจาง ทั้งนั้ได้มีการเผยภาพของ 2 นักแสดงมากความสามารถอย่าง ลีโอนาโด ดิคาปริโอ ในวัย 41 ปี และ เคท วินสเล็ต วัย 42 ปี สองนักแสดงคู่พระ-นาง จากภาพยนตร์รักอมตะตลอดกาลอย่าง ไททานิค ที่ออกฉายในปี 1997 ซึ่งตอนนี้ผ่านมาเป็นเวลา 20 ปีแล้ว ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่กลับอีกครั้งแต่ไม่ใช่ในฐานะนักแสดง แต่เป็นฐานะเพื่อนซี้ เพื่อนสนิท ที่ทั้งคู่ได้มาพักผ่อนด้วยกันที่ ที่แซงต์ โตรแปซ์ ในประเทศฝรั่งเศส โดยทั้งคู่ได้มีพักผ่อนกันที่คฤหาสน์ส่วนตัวสุดหรูของ ลีโอนาโด โดยทั้งคู่กำลังผักผ่อนบริเวณสระว่ายน้ำและกำลังเดินโอบเอวกันอย่างมใกล้ชิด

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าทั้งคู่ปิ๊งกันหลายครั้ง รวมถึงแฟนๆอยากให้ทั้งคู่รักกันนอกจอ แต่สำหรับลีโอนาโดแล้วเขาคิดเพียงแค่ เคทเป็นเพื่อนสนิท เพื่อนซี้เท่านั้น และความสัมพันธ์ของเขาและเธอไม่มีอะไรไปมากกว่าคำว่าเพื่อนเลย สำหรับเคทเองเธอก็ยังแฮปปี้กับสามีคนที่ 3 ของเธอด้วย โดยเคทได้ให้สัมภาษณ์ว่า มิตรภาพของเธอและลีโอนาโดนั้นเป็นมิตรภาพที่ยั่งยืนและไม่มีเรื่องชู้สาวของมาเกี่ยวข้อง แม้ว่าในเรื่องไททานิคเราจะจูบกันจริงๆ ก็ตาม แต่นั่นเป็นการแสดงเท่านั้น

{ Comments are closed }

มาริโอ้ เมาเร่อ

มาริโอ้ เมาเร่อ เป็นดารานักแสดงมากประสบการณ์สร้างชื่อเสียงให้ตัวเองจากภาพยนตร์หลายเรื่อง อย่างพี่มากพระโขนง รักแห่งสยาม  ฝันหวานอายจูบ บุปผาราตรี และผลงานอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งแต่ละเรื่องก็ได้ประสบความสำเร็จจนในปี 2550 มีผลงานสร้างชื่อจากภาพยนตร์ไทยเรื่อง รักแห่งสยาม ซึ่งจากบทบาท โต้ง ใน รักแห่งสยาม นี้ มาริโอ้ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากนิตยสารสตาร์พิกส์ รับรางวัลจากเทศกาลหนังซีเนมะนิลา ที่จัดขึ้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ สาขานักแสดงชายยอดเยี่ยม ประเภทภาพยนตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงจาก รางวัลเอเชียนฟิล์ม สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม อีกทั้งยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิงครั้งที่ 16 ประจำปี 2550 ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และรางวัลสตาร์เอนเตอร์เทนเมนต์อวอร์ดส ครั้งที่ 6 ในสาขาผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม มาริโอ้ เมาเร่อ เกิดเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2531 เป็นนักแสดงชาวไทย เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 16 ปี โดยได้รับการติดต่อจากโมเดลลิ่งในสยามสแควร์ โดยเริ่มจากงานถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา เช่น โฆษณาเอ็กซิท โรลออน ขนมแจ็ค เดอะพิซซ่าคอมปานี และยังได้ถ่ายแบบอยู่เรื่อยมา อย่าง เธอกับฉัน และหนังสือวัยรุ่นอีกหลายเล่มและถ่ายมิวสิกวิดีโอ อีกหลายตัวเช่น กุญแจที่หายไป ของ ปาล์มมี่, ปากดีขี้เหงาเอาแต่ใจ ของ มิล่า เป็นต้นครอบครัวของมาริโอ้ค่อนข้างมีปัญหาทางด้านการเงิน พออายุได้ 16 ปี ได้เจอกับโมเดลลิ่งชื่อ นิรุณ ลิ้มสมวงศ์ หรือ โกโก้ ที่สยามสแควร์และเป็นคนแรกที่ชักชวนไปถ่ายแบบ เมื่อเห็นตรงนี้เป็นโอกาส และเป็นโอกาสที่ดีจะได้หาเงินไปช่วยที่บ้านด้วยจึงตัดสินใจรับงานโดยครั้งแรกเป็นการถ่ายแบบจากหนังสือเดอะบอย สไตล์ชุดทหาร

 

{ Comments are closed }

ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี

ถ้าพูดถึงดารานักแสดงพิธีกรที่หล่อที่สุดก็คงจะไม่พ้น ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี ที่มีผลงานการแสดง และได้รับรางวัลมากมาย ในปี พ.ศ. 2540 เขามีผลงานสร้างชื่อจากภาพยนตร์เรื่อง 2499 อันธพาลครองเมือง ในบท แดง ไบเล่ ซึ่งประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และเสียงวิจารณ์ และยังทำให้ติ๊กได้รับรางวัล ไทยแลนด์ บล็อกบัสเตอร์ เอนเตอร์เทนเมนท์ อวอร์ด สาขานักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมเขาเริ่มเข้าวงการบันเทิงขณะศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยรับเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาทางโทรทัศน์และภาพนิ่งสำหรับงานโฆษณา ก่อนที่ผู้กำกับอุ๋ย นนทรี นิมิบุตรจะได้มาเห็นเขาในสตูดิโอและทาบทามให้เขาเล่นเป็นพระเอกในภาพยนตร์เรื่อง 2499 อันธพาลครองเมือง ในบท “แดง ไบเล่ย์” ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นประวัติการณ์ทั้งด้านรายได้และเสียงวิจารณ์ นับเป็นภาพยนตร์ที่ปลุกกระแสหนังไทยที่อยู่ในช่วงซบเซาให้กลับมา และเป็นการแจ้งเกิดให้กับตัวเขา จากนั้นเขาก็มีผลงานเรื่อยมาทั้งงานถ่ายแบบ/เดินแฟชั่น, แสดงละครโทรทัศน์, และเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าแบรนด์ต่างๆ ติ๊กเป็นนักแสดงชายที่ได้รับความนิยมสูงและยาวนาน เห็นได้จากผลการสำรวจทั่วประเทศ อาทิ สวนดุสิตโพล เป็นดาราชายที่ประชาชนชื่นชอบอันดับ 1  ติ๊ก เจษฏาภรณ์ ผลดี เกิดวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2520 เป็นพี่คนโตจากน้องชาย 2 คน น้องชาย ตั้น พิเชษฐ์ไชย ผลดี สมรสกับ สิตมน แตงสุวรรณเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ปัจจุบันมีบุตรชายหนึ่งคน คือ เด็กชายเจษบดินทร์ ผลดี หรือ น้องเต็นท์ เจษฎาภรณ์จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนโยธินบูรณะ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาอุตสาหการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

{ Comments are closed }