รวมหนังน่าดูต้อนรับปีใหม่ ตอน 1

รวมหนังน่าดูต้อนรับปีใหม่ ตอน 1

ในช่วงปลายปีนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากมายซึ่งในเดือนธันวาคมนั้นนอกจากเป็นเดือนสุดท้ายของปีแล้วยังมีเทศกาลที่มีความสุขมากมายทั้งนี้การหาภาพยนตร์แนวรัก โรแมนติก หรือแนวครอบครัวมาชมก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งส่งท้ายปีที่เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขแบบนี้ ทั้งนี้ก็มีหนังแนะนำให้ดูส่งท้ายปีที่น่าดู

New year eve (2012) ผลงานของผู้กำกับ แกร์รี่ มาร์แชล ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วจากเรื่อง Valentine’s Day (2010) ซึ่งเรื่องนี้ก็รวมนักแสดงระดับฝีมือมากมาย เรื่องราวของ New year eve เป็นเรื่องราวเกิดขึ้นที่นครนิวยอร์คในวันส่งท้ายปีเก่า ซึ่งผู้คนต่างฐานะ ต่างอาชีพ ร่วมฉลองในวันขึ้นใหม่ตัวหนังบอกเล่าที่ตัวละครที่หลากหลายที่บอกถึงความหมายของการใช้ชีวิต ความมีอิสระ การเข้าใจกันและกัน New year eve จัดว่าเป็นหนังแนวครอบครัว – โรแมนติก – คอมมาดี้ ที่ดูแล้วต้องอบอุ่นหัวใจอย่างแน่นอน

My sassy girl (2001) หนังโรแมนติก – คอมมาดี้ สัญชาติเกาหลีใต้ที่โด่งดังมากในตอนนั้นแถมยังยกให้นักแสดงอย่าง จวน-จีฮุน และ ซา – แทฮุน กลายเป็นคู่พระ-นางขวัญใจมหาชนไปแล้ว หนังบอกเล่าเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งหน้าตาธรรมดาๆ ได้พบเจอกับหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งที่กำลังเมา หลังจากนั้นทั้งสองก็เริ่มรู้จักกันและกันจนกลายเป็นความสัมพันธ์ในที่สุด หนังโด่งดังมากจนฮอลลีวู้ดซื้อลิขสิทธิ์ไปรีเมคในปี 2008

โคตรรักเอ็งเลย (2006) หนังรัก – คอมมาดี้ ของไทยผลงานของ พิง ลำพระเพลิง ที่มีการนำเรื่องราวบางส่วนในชีวิตเขามาใส่ในเรื่องนี้ ตัวหนังกล่าวถึงชีวิตคู่ที่เมื่ออยู่นานๆไป ทำให้หมดรักไปแล้วหรือไม่ หนังเล่าเรื่องของ แดง และ รงณ์ สามี ภรรยา คู่หนึ่งที่ใช้ชีวิตมากว่า 7 ปีจนมีลูกแฝดด้วยกัน วันหนึ่งชีวิตคู่เริ่มมีปัญหาทั้งเรื่องมารยาทของรงณ์ การใช้เสื้อผ้าที่ซ้ำๆจนหมองไปหมด รวมถึงแดงจับได้ว่ารงณ์แอบไปอาบอบนวด จนไปเหตุให้แดงนอกใจด้วยการคบหากับหมอหนุ่มคนหนึ่ง

Revolutionary Road เป็นภาพยนตร์ที่กลับมาพบกันอีกครั้งของคู่พระ-นางตลอดกาล ลีโอนาโด ดิคราปริโอ และ เคท วินสเล็ต ในบทคู่สามีภรรยา แฟรงค์ และ เอพริล ดูเหมือนว่าพวกเขาคือครอบครัวที่สมบูรณ์แบบมีบ้านที่อบอุ่น มีลูกด้วยกันสองคน แต่ทว่าอีกด้านหนึ่งทั้งสองคนกลับไม่มีความสุขอย่างที่คิดไว้ แฟรงค์เบื่องานที่ทำส่วนเอพริลอย่างให้ครอบครัวมีชีวิตชีวาและอยากเป็นนักแสดงเพื่อให้สามีเป็นอิสระในชีวิต

Wonder (2017) หนังแนวครอบครัว อบอุ่นหัวใจ แถมยังทำรายได้กว่า 150 ล้านดอลลาร์จากทุนสร้างเพียง 15 ล้าน หนังบอกเล่าเรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งที่เป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่แต่กำเนิด เขาต้องพยายามเข้าสังคมโรงเรียนที่มีเพื่อนนักเรียนรุ่นเดียวกันทั้งรังเกียจเขา และ ชอบเขา แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาเดินหน้าต่อไปได้คือครอบครัวของเขา

{ Comments are closed }

รวมหนังน่าดูต้อนรับปีใหม่ ตอน 2

รวมหนังน่าดูต้อนรับปีใหม่ ตอน 2

Inside out แอนิเมชั่นจากดิสนี่ย์ – พิกซาร์ บอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวได้อย่างดีมาก เรื่องราวของเด็กหญิงคนหนึ่งต้องย้ายจากบ้านในชนบทเข้ามาอยู่ในเมืองใหญ่ ซึ่งแรกเริ่มเธอปรับตัวไม่ค่อยได้ ซึ่งเหล่าอารมณ์ต่างๆของเธอนั้นพยายามให้มันมีความสมดุลกัน อีกทั้งก็ร่วมมือกันช่วยให้ความสัมพันธ์ครอบครัวกลับมาอีกครั้ง

Remember Me  เรื่องราวของ ไทเลอร์ ชายหนุ่มที่มีบาดแผลจากการที่พี่ชายเขาฆ่าตัวตายจากแรงกัดดันของพ่อที่เอาแต่ทำงานและเข้มงวดจนไม่สนใจครอบครัว ขณะเดียวกัน ไดแอน หญิงสาวจากอีกครอบครัวหนึ่งก็มีปมในใจจากการที่เห็นแม่เธอถูกฆ่าต่อหน้าต่อตาจากเหตุจี้ชิงทรัพย์ เวลาให้ทั้งสองมาพบกันและเริ่มค่อยๆเรียนรู้และให้กำลังใจกันและกันจนเกิดเป็นความรักในที่สุด แม้ว่าฉากหลังจะมีเรื่องราวดราม่าของครอบครัว

She the man หนังแนววัยรุ่น-โรแมนติก-คอมมาดี้ เรื่องราวของไวโอล่า นักเรียนหญิงไฮสคูลจากชมรมฟุตบอลหญิงที่กำลังจะโดนยุบซึ่งโรงเรียนต้องการชมรมฟุตบอลชายมากกว่า แถมแฟนหนุ่มเธอซึ่งอยู่ในชมรมฟุตบอลชายก็หักหลังเธออีกจังหวะเหมาะที่พี่ชายฝาแฝดจากอีกโรงเรียนเธอแอบโดดเรียน เธอจึงใช้ช่วงนี้ปลอมเป็นพี่ชายเธอเพื่อเข้าชมรมฟุตบอลชายและอยากจะแก้แค้นแฟนหนุ่มของเธอ

Notting Hill (1999) เรื่องราวของนักแสดงซุปเปอร์สตาร์ชื่อดังต้องมาพบเจอชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายหนังสือ โดยเธอเลือกที่จะหลบนักข่าวมาที่บ้านผู้ชายคนนี้ แต่เธอก็หลบหนีสายตาของนักข่าวไม่พ้นเมื่อเหล่านักข่าวพบเห็นเธอมาอยู่ในบ้านผู้ชายคนนี้จนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องราวต่างๆมากมาย ตัวหนังถูกเสนอเข้าชิงรางวัลบาฟต้าถึง 2 รางวัลคือ  สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม รวมถึงยังส่งให้ จูเลีย โรเบิร์ตส์ กลายเป็นนักแสดงค่าตัวแพงในตอนนั้นด้วย

Saving Mr. Banks (2013) ภาพยนตร์ดราม่า – ครอบครัว มีทั้งสุข เศร้าและความประทับใจ หนังสร้างจากเรื่องจริงของ วอร์ท ดิสนี่ย์ ที่พยายามทุกวิถีทางในการซื้อลิขสิทธิ์นิยายเรื่อง Mary Poppins ของ พี.เอล. เทรเวอร์ เพื่อให้ได้โลดแล่นบนจอภาพยนตร์และมันกลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากที่สุดในตอนนั้น เรื่องราวนี้บอกเล่าตั้งแต่ วอร์ท ดิสนี่ย์ เดินทางไปอังกฤษเพื่อพูดคุยกับ พี.แอล. จนกระทั่งงานสร้างภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้ พี.แอล. ตัดสินใจแต่งนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา

Valentine’s Day (2010) ผลงานกำกับของ แกร์รี่ มาร์แชล ที่ประสบความสำเร็จอย่างสวยงามในเรื่องของรายได้แถมหนังยังได้นักแสดงระดับฝีมือมากมายรวมถึงนักร้องดังอย่าง เทเลอร์ สวิฟต์ ร่วมแสดงด้วย หนังบอกเล่าในวันวาเลนไทน์ที่เป็นวันแห่งความรัก โดยเกิดขึ้นที่เมือง L.A. แคลิฟอร์เนีย เป็นเรื่องราวของตัวละครหลายหลายอาชีพ หลายอายุ ในวันวาเลนไทม์ที่มาถึง ทุกคนพยายามหาซื้อดอกกุหลาบ หรือเฉลิมฉลองในวันแห่งความรัก

{ Comments are closed }

ศรีอโยธยา ซีรี่ย์ทุ่มทุนสร้างเฉลิมพระเกียรติ

ศรีอโยธยา

 

ศรีอโยธยา เป็นซีรี่ย์สัญชาติไทยทุ่มทุนสร้างกว่า 100 ล้านบาท เป็นผลงานกำกับของ หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล ออกอากาศทางช่องทรูวิชั่นส์ ซึ่งออกอากาศตอนแรกในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพครบ 90 และเพื่อเทิดพระเกียรติบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าแห่งแผ่นดินสยาม โดยตัวซีรี่ย์นั้นมีนักแสดงมากมายเข้าร่วมแสดง เช่น ศรราม เทพพิทักษ์, ธีรภัทร์ สัจจกุล, หม่อมราชวงศ์มงคลชาย ยุคล, เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์, เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล, นพชัย ชัยนาม, ปกรณ์ ลัม, หม่อมหลวงสราลี กิติยากร, สินจัย เปล่งพานิช, พิมดาว พานิชสมัย, เขมนิจ จามิกรณ์, วรนุช ภิรมย์ภักดี, รัดเกล้า อามระดิษ, รฐา โพธิ์งาม โดยซีรี่ย์มีการเตรียมงานสร้างตั้งแต่ช่วงต้นปี 2560 โดยผู้สร้างระบุว่าเนื้อเรื่องของศรีอโยธยานั้นจะแตกต่างจากเรื่องราวที่กล่าวถึงกรุงศรีอยุธยาที่มีผู้สร้างละคร ภาพยนตร์ เล่ามา ด้วยตัวซีรี่ย์จะเป็นการบ่งบอกถึง วัฒนธรรม, ประเพณี, ศาสนา การค้าขาย, ศิลปะต่างๆของอาณาจักรอยุธยาในสมัยช่วงตอนปลายกรุงศรีอยุธยา จนถึง ช่วงต้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

ศรีอโยธยา บอกเล่าเรื่องราวระหว่าง 2 ยุค คือ ยุคกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย – ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และ ยุคปัจจุบัน โดยบอกเล่าผ่านตัวละครทั้ง 4  คือ ดร.พิมาน ขัติยมงคล (อนันดา เอเวอริ่งแฮม) อาจารย์สอนวิชาโบราณคดี ,  วายุ เกรียงไกรฤทธิ์ ดารานักร้อง (จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร) , รองศาสตราจารย์ ม.ล.พวงแก้ว อุทัยวงษ์  อาจารย์สอนประวัติศาสตร์ (รัดเกล้า อามระดิษ) และ  ดร.อาคม พงษ์อยุธย์ นักโบราณคดี (อาณัตพล ศิริชุมแสง)  โดยการบอกเล่าเกี่ยวกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์, ความรู้ในด้านวัฒนธรรมไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา รวมถึงเล่าเรื่องของบุคคลสำคัญ เช่น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช, สมเด็จพระเพทราชา, สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 และอีกมากมาย ทั้งนี้ตัวซีรี่ย์บอกเล่าผ่านยุคปัจจุบันและอดีต โดยมีการใส่เนื้อเรื่องเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับเข้ามาเพื่อความบันเทิงของผู้ชมด้วย ซึ่งซีรี่ย์ก็มีปมปริศนาหลายอย่างที่เล่าผ่านตัวละครทั้ง 4 ในการค้นหาคำตอบ ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ เสมือนพาผู้ชมย้อนกลับไปค้นหาคำตอบด้วยกันซึ่งก็มีความผสมผสานกันอย่างลงตัวโดยที่ไม่เคยมีเรื่องไหนทำมาก่อน นอกจากนี้แล้วในซีรี่ย์ยังแสดงให้ผู้ชมตระหนักถึงเรื่องราวอาณาจักรที่เคยรุ่งเรืองในอดีต, บุญคุณของบรรพบุรุษแต่โบราณที่ยอมเสียสละชีวิตเพื่อรักษาแผ่นดินเกิดไว้คงอยู่เพื่อให้คนรุ่นหลังได้รักษาสืบต่อๆกันไป

{ Comments are closed }

แฟนๆยังรอ X-Men เข้าร่วมทีมฮีโร่อเวนเจอร์

X-men

หลังจากที่ดิสนี่ย์ซื้อกิจการเกือบทั้งหมดของ 20th FOX และเตรียมเข้าควบคุมทั้งหมดภายในปี 2020 ทั้งนี้นอกจากดิสนี่ย์จะได้กิจการจาก FOX แน่นอนก็ต้องมีภาพยนตร์ลิขสิทธิ์ที่ดิสนี่ย์ได้มาโดยเฉพาะ X-Men และ Fantastic Four ซุปเปอร์ฮีโร่จากมาร์เวลที่อยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของ FOX มายาวนานจนแฟนๆ หมดหวังที่จะให้ซุปเปอร์ฮีโร่พลังวิเศษนี้กลับมาที่มาร์เวลแล้ว ล่าสุดแฟนๆก็เป็นปลื้มเมื่อ X-Men และ Fantastic Four ซื้อกลับมาอยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของดิสนี่ย์เรียบร้อยแล้วประกาศปิดดีลซื้อขายกิจการระหว่างสองค่ายใหญ่แห่งวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูด แน่นอนว่าในอนาคตแฟนๆจะได้เห็นฮีโร่ที่โด่งดังไม่ว่าจะเป็น วูฟเวอร์รีนจาก X-Men, เวด วิลสัน จาก Deadpool และทีมฮีโร่จาก Fantastic Four ผนึกกำลังกับทีมอเวนเจอร์อย่างแน่นอนในอนาคต ท่ามกลางความดีใจของเหล่าแฟนๆและถือว่ามาร์เวลยังคงก้าวจักรวาลซุปเปอร์ฮีโร่ต่อไป แต่สำหรับ วูฟเวอร์รีน นั้นได้ปิดฉากไปแล้วในเรื่อง Logan พร้อมๆกับคำสัมภาษณ์ของ ฮิวจ์ แจ็คแมน นักแสดงในบท วูฟเวอร์รีน ว่าเขาจะไม่กลับมารับบท วูฟเวอร์รีน ในเวอร์ชั่นต่อๆไปแล้วและส่งไม้ต่อให้นักแสดงคนอื่นที่จะมารับบทวูฟเวอร์รีนแทน แฟนๆคงต้องรอคอยกันต่อไปว่าฮีโร่กรงเล็บผู้นี้จะมีส่วนสำคัญมากแค่ไหนในอนาคตของจักรวาลมาร์เวล แต่สำหรับ จาก Deadpool และทีมฮีโร่จาก Fantastic Four นั้นอาจจะได้ร่วมทีมกับอเวนเจอร์สแน่นอนในอนาคต

แม้ว่าจะยังเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน แต่ทางดิสนี่ย์ทางก็ยังไม่มีโปรเจคของเหล่าฮีโร่จาก X-Men  Deadpool และทีมฮีโร่จาก Fantastic Four เนื่องจากว่าดิสนี่ย์มีแผนงานสร้างและคิวงานสร้างแบบแน่นเอี๊ยดยาวจนถึงปี 2020 เลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น Avengers 4 , Captain Marvel , Spider-Man: Homecoming ภาคต่อ ซึ่งวางแผนงานสร้างในปี 2019 นอกจากภาพยนตร์ภายใต้งานสร้างของดิสนี่ย์แล้ว ทางมาร์เวลเองก็มีทั้งภาพยนตร์และซีรี่ย์จำนวนมากที่กำลังถ่ายทำอยู่เช่นกัน นั่นทำให้แฟนๆอาจต้องรอยาวจนถึงปี 2020 เลยทีเดียว

ทั้งนี้เรื่องราวของฮีโร่สุดโหดอย่าง วูฟเวอร์รีน นั้นได้ปิดฉากไปแล้วในเรื่อง Logen ทำให้มีการวิเคราะห์รูปแบบการกลับมาของเขาว่าจะมาในรูปแบบอื่นๆ เช่น ไอเดียจากการย้อนเวลาในช่วงที่เขายังมีชีวิตอยู่และนำกลับมาเพื่อสานต่อฮีโร่กรงเล็กเหล็กผู้นี้ต่อไป หรือแม้ว่าเขาอาจจะปรากฏในภาพยนตร์ชุด X-Men ภาคอื่นที่เป็นเรื่องราวในช่วงวัยหนุ่มของเขาก็ได้ หรือ เขาอาจจะมาปรากฏตัวในซีรี่ย์ Agents of S.H.I.E.L.D ซีซั่นต่อๆไป หรือเป็นไปได้หรือไม่ว่าดิสนี่ย์จะนำ X-Men มารีบูตใหม่ก็ได้ในอนาคต เพื่อต่อยอดให้วูฟเวอรีนกลับมาอีกครั้ง

{ Comments are closed }

Kingsman 3 อาจกลับมาหากสตูดิโออนุมัติงานสร้าง

KINGSMAN

หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้ง 2 ภาค สายลับในชุดสูทอย่าง Kingsman เตรียมกลับมาสานต่อความสนุกอีกครั้งจากการเปิดเผยของ แมทธิว วอห์น ผู้กำกับ ซึ่งหากสตูดิโออนุมัติงานสร้าง Kingsman 3 จะเตรียมสานต่อจักรวาลสายลับสู่หนังภาคแยก Statesman ทันที จากการให้สัมภาษณ์ของ แมทธิว วอห์น ผู้กำกับ ระบุถึงโปรเจคในการสร้างภาคต่อว่า เรื่องราวของหนังยังคงสามารถมีการเล่าเรื่องราวมากพอที่จะพาเราไปถึงตอนจบของหนังภาคถัดไป ซึ่งมันยังคงเล่าต่อไปว่าสามารถสร้างเรื่องราวใหม่ ภารกิจใหม่ต่อไปได้ ซึ่งแผนงานสร้างภาพยนตร์ Kingsman 3 นั้นก็มีข่าวลือต่างๆออกมาว่าทางสตูดิโออาจจะสร้างภาคสาม แต่จากการที่ผู้กำกับออกมาเผยโปรเจคงานสร้างนั้น ดูเหมือนว่ากำลังจะเป็นความจริงให้แฟนๆอย่างแน่นอน หลังจากที่มีข่าวลือและข่าวที่ไม่แน่นอนที่จะสร้างให้เป็นไตรภาค แถมผู้กำกับยังพ่วงด้วยว่า หากทางสตูดิโออนุมัติจะเปิดกล้องถ่ายทำในทันที เพราะนอกจากโปรเจคหนังภาคต่อของ Kingsman ว่า ทีมงานยังมีแผนงานสร้างหนังเรื่อง Statesman เป็นหนังภาคแยกเกี่ยวกับสายลับนี้ด้วย โดยทาง แมทธิว วอห์น แอบพูดถึงไอเดียของเขาว่าโปรเจคของ Statesman อาจดำเนินเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสายลับ Kingsman ซึ่งจะเป็นจักรวาลภาคแยกที่จะดำเนินเรื่องราวตัวละครอีกหนึ่งหรือสายลับหน้าใหม่ หรืออาจจะเป็นสายลับอีกองค์กรหนึ่งก็ได้โดยเรื่องราวจะเกี่ยวโยงกับโรงเรียนสายลับ Kingsman อย่างแน่นอน

แม้ว่าโปรเจคภาคต่อของ Kingsman จะเกิดขึ้นประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์แต่ก็ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดมากนัก ทั้งเนื้อเรื่อง ตัวบท และการเชื่อมจักรวาลสายลับ แต่หากว่าโปรเจค Kingsman 3 เกิดขึ้นจริงเชื่อว่าผู้กำกับอย่าง แมทธิว วอห์น จะมีไอเดียและมุกต่างๆของสายลับสุดมันส์ให้ผู้ชมอย่างแน่นอน

สำหรับ Kingsman เป็นภาพยนตร์แนวแอ็คชั่น-สายลับ-คอมมาดี้ ดัดแปลงจากการ์ตูนเรื่อง The Secret Service ของ กิบเบินส์และมาร์ก มิลลาร์ โดยภาคแรกใช้ชื่อตอนเดียวกับหนังสือการ์ตูน ออกฉายเมื่อปี 2014 ภาพยนตร์จัดว่าได้รับความนิยมและคำวิจารณ์ในด้านบวกอย่างมาก โดยภาพยนตร์ทำรายได้ทั่วโลกกว่า 410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้าง 94 ล้านดอลลาร์ ต่อมามีภาคต่อชื่อว่า Kingsman: The Golden Circle ออกฉายเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2017 โดยภาพยนตร์ทำรายได้ทั่วโลกราว 395 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  Kingsman กล่าวถึงองค์กรสายลับของอังกฤษภายใต้ชื่อของร้านตัดชุดสูท ภายในองค์กรมีอาวุธไฮเทคต่างๆมากมาย โดยมีผู้ชายชื่อว่า เอ็กซี อดีตหน่วยนาวิกโยธินของอังกฤษได้รับคำเชิญจาก แฮร์รี ฮาร์ต ซึ่งเป็นสายลับคิงส์แมน เข้ามาร่วมทดสอบและเป็นสายลับคิงส์แมนรุ่นใหม่ พร้อมกับการปฏิบัติภารกิจสุดฮาและสุดอันตราย จากเหล่าวายร้ายที่หมายจะครองโลก

{ Comments are closed }

The New Mutants เด็กเจนใหม่ของ X-Men

20th Century FOX และ Marvel ส่งภาพยนตร์ฮีโร่เจนใหม่ของ X-Men ซึ่งเป็นเผยเรื่องราวของเด็กๆที่มีพลังเหนือมนุษย์รุ่นใหม่ของ ชาร์ล เซเวีย โดยเนื้อเรื่องของเหล่าเด็กเจนใหม่ของ X-Men นั้นจะแตกต่างจากภาคก่อนๆอย่างสิ้นเชิงโดยจะเป็นเรื่องราวที่มีความหลอน สยองขวัญ ใส่เข้ามาโดยจะไม่เน้นแนวแอ็คชั่นเหมือนกับภาคก่อน ทั้งนี้ The New Mutants สร้างจากหนังสือการ์ตูนของมาร์เวลในชื่อเดียวกันที่เขียนขึ้นในปี 1982 ฝีมือของ คริส แคลร์มอนท์ และบ็อบ แมคลอด จัดว่าเป็นมนุษย์กลายพันธุ์เจนใหม่ของโรงเรียนมนุษย์กลายพันธุ์ ชาร์ล ซาเวีย หรือ โปรเฟสเซอร์เอ็กซ์

The New Mutants เป็นเรื่องราวของเด็กเจนใหม่ซึ่งมีพลังวิเศษเหนือมนุษย์ธรรมดา โดยพวกเขายังไม่สามารถควบคุมพลังตัวเองได้จนต้องเข้ามาอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งโดยมีการทดลองเกี่ยวกับการควบคุมพลังตัวเอง โดยพวกเขาต้องฝึกฝนจิตใจและควบคุมพลังด้านมืดและความกลัวของตนเองให้ได้ ทั้งนี้พวกเขาพบว่าภายในโรงพยาบาลนั้นมีการทดลองบางอย่างที่พยายามเอาพลังเหนือมนุษย์ของพวกเขามาใช้ในการทำลายล้างโลกเพื่อให้จิตวิญญาณของมนุษย์เสื่อมทรามลงด้วย

โดยทางสตูดิโอ FOX นั้นได้ปล่อยตัวอย่างแรกชวนหลอนออกมาให้ชมกันแล้วเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2017 ที่ผ่านมาโดยสร้างกระแสทั้งคนชอบและไม่ชอบต่างกันไป โดยผู้ชมหรือแฟนๆมาร์เวลอย่างมาก โดยบางคนกล่าวว่าเนื้อเรื่องดูแปลกใหม่แตกต่างจากเรื่องอื่นๆของมาร์เวล ทั้งนี้ในเรื่อง The New Mutants นั้นไม่ได้เป็นเรื่องแรกที่สร้างออกแนวหลอนสยองขวัญ ก่อนหน้านี้อย่างซีรี่ย์เรื่อง Legion ของมาร์เวล ซึ่งเป็นจักรวาลเดียวกับ X-Men ก็สร้างออกมาในรูปแบบความหลอนของตัวละครเช่นกัน โดยจอช บูน ผู้กำกับเผยว่า ในเรื่องราวของ The New Mutants นั้นจะเป็นเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับจักรวาล X-Men แน่นอน โดย The New Mutants มีคิวฉาย 12 เมษายน 2018 นำแสดงโดย อันยา เทย์เลอร์-จอย (จาก Split), ไมซี่ วิลเลี่ยมส์ (จาก Game of Thones), ชาร์ลี ฮีตัน (จาก Stranger Thing และ Marrowbone), บลู ฮันท์ , เฮนรี่ ซาก้า  และอลิซ บราก้า

โดยภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวลที่สร้างโดย FOX นั้นประสบความสำเร็จอย่างมากนับตั้งแต่เรื่อง X-Men ไตรภาคเดิม และ ไตรภาคใหม่ ภาคแยกอย่าง The Wolverine  รวมถึง Fantastic Four ไตรภาคเดิมที่แม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จในเวอร์ชั่นรีบูต โดยต่อมา FOX มีแนวคิดสร้างซุปเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวลให้เป็นเรท R โดยเรื่อง Deadpool และ  Logan ประสบความสำเร็จทั้งรายได้และคำวิจารณ์ ซึ่งต่อมาก็มีแผนงานสร้าง The New Mutants โดยมีการบอกใบ้แฟนๆว่าเรื่องราวจะออกไปทางแนวสยองขวัญ – ระทึกขวัญ ที่สร้างความแปลกใหม่ให้แก่แฟนๆของมาร์เวลและ X-Men อีกด้วย

{ Comments are closed }

เป้ อารักษ์ พระเอกมาดเซอร์

เป้ อารักษ์

อีกหนึ่งนักแสดงที่มากความสามารถทั้งงานแสดง, เล่นดนตรี, นายแบบ อย่าง เป้ อารักษ์ ซึ่งล่าสุดกับซีรี่ย์แนวดราม่า Bangkok รัก Stories ตอน เก็บรัก แสดงคู่กับ สายป่าน อภิญญา ซึ่งในบทบาทที่แตกต่างจากบทที่ผ่านๆมา เป้ อารักษ์ หรือ อารักษ์ อมรศุภศิริ เข้าสู่วงการบันเทิงโดยการเป็นนักกีตาร์สมาชิกวงสะเลอยุคแรกในปี พ.ศ. 2548 ต่อมาได้มีโอกาสเข้ามาในงานแสดงครั้งแรก โดยแสดงในภาพยนตร์เรื่อง บอดี้..ศพ#19 (พ.ศ.2549) ของค่าย GTH ซึ่งก็ได้รับความนิยมของผู้ชมมาก ทั้งด้านการแสดงของเขาจนได้รับชื่อเสนอเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 17 ประจำปี พ.ศ. 2550 จากผลงานภาพยนตร์เรื่อง รักสามเศร้า ของค่าย GTH ซึ่งเป็นผลงานกำกับของ ยุทธเลิศ สิปปภาค หลังจากนั้นเขาก็มีงานแสดงภาพยนตร์ต่างๆมากมาย รวมถึงยังคงเป็นมือกีตาร์วงสะเลอในตอนนั้น หลังจากมีผลงานแสดงภาพยนตร์ เป้ ก็มีโอกาสเข้ามาแสดงละครโทรทัศน์เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2552 เรื่อง แจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดา ของ โพลีพลัส แสดงคู่กับ อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ซึ่งผลงานนี้เป็นที่โด่งดังของผู้ชมมากและทำให้เขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะพระเอกคนใหม่ของวงการ หลังจากนั้นเขาก็มีผลงานแสดงละครอีกมากมาย เช่น เธอกับเขาและรักของเรา (แสดงคู่กับ เขมนิจ จามิกรณ์), ซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ (แสดงคู่กับ พีชญา วัฒนามนตรี), ClubFriday The Series 5 ตอน ความลับของคลิปขอแต่งงาน (แสดงคู่กับ หนึ่งธิดา โสภณ), club friday the series 8 รักแท้มีหรือไม่มีจริง ตอน รักแท้หรือแค่รักสนุก (แสดงคู่กับ วนิดา เติมธนาภรณ์), มายา (แสดงคู่กับ อุษามณี ไวทยานนท์) และอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีผลงานแสดงภาพยนตร์อีกมากมายเช่นกัน อาทิ ความจำสั้น แต่รักฉันยาว, เฉือน, ตุ๊กกี้ เจ้าหญิงขายกบ, มือปืนดาวพระเสาร์, สุดเขตเสลดเป็ด, 30+ โสด On Sale, ขุนพันธ์, Single lady เพราะเคยมีแฟน (เป็นการกลับมาแสดงคู่กันอีกครั้งกับ อั้ม พัชราภา) ด้วยงานแสดงของเขาที่เข้ามามากมาย ทำให้ในปี พ.ศ. 2554 เป้ ได้ประกาศลาออกจากวงสะเลอ เนื่องจากคิวงานแสดงและงานคอนเสริต์กับวงไม่ตรงกัน ซึ่งเขาก็ได้ผันตัวมาเป็นนักร้องเดี่ยวและเล่นกีตาร์ในนาม อารักษ์ แอนด์ เดอะปีศาจแบนด์ ในช่วงแรกของวงการ เป้ จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาคือ เป็นหนุ่มมาดเซอร์ สไตล์เด็กศิลป์ทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆมากมาย ต่อมาด้วยงานแสดงที่หลากหลายมากขึ้นทำให้เขาต้องเปลี่ยนลุคเปลี่ยนบทบาทตามตัวละครที่ได้รับทำให้ปัจจุบันสไตล์หนุ่มมาดเซอร์ได้หายไปแล้ว ซึ่งเขาก็มีเอกลักษณ์ที่ไตล์วินเทจเรียบง่าย

{ Comments are closed }

ป้อง ณวัฒน์ พระเอกหน้าไทยตลอดกาล

ป้อง ณวัฒน์

ป้อง ณวัฒน์ หรือ ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ เป็นนักแสดงชายชาวไทยและเป็นนักแสดงในสังกัดของเอ็กซ์แซ็กท์ มีผลงานการแสดงละครมากมายซึ่งส่วนใหญ่เป็นของ บริษัท เอ็กแซ็กท์ จำกัด ป้อง ณวัฒน์ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ และระดับปริญญาโทที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มแรกก่อนที่เขาจะก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง เขาเคยรับราชการเป็นนักเศรษฐกร ประจำกระทรวงการคลัง ก่อนเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงครั้งแรกในปี พ.ศ. 2544 โดยเล่นละครในสังกัดเอ็กซ์แซ็กท์ เรื่อง เลือดหงส์ ซึ่งทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะพระเอกหน้าใหม่ ต่อมาเขาโด่งดังจากบท หนิง จากละครเรื่อง สงครามนางฟ้า ในปี พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็นละครที่กระแสดังมากในตอนนั้น รวมถึงเขายังพลิกบทบาทจากพระเอกมาเล่นบทเป็นผู้ชายเจ้าชู้และเห็นแก่ตัว ทำให้เขาแจ้งเกิดในบทนี้อย่างมาก นอกจากนี้ส่วนใหญ่เขารับบทพระเอกในละครพีเรียดส่วนมากเป็นบทคุณชายที่แสนดี ไม่ว่าจะเป็น ในเรือนใจ, เงาอโศก ต่อมาในปี พ.ศ. 2551 เขาได้แสดงละครเรื่อง ดำขำ ซึ่งครั้งแรกที่เขาได้แสดงทางช่อง 7 แต่ละครยังเป็นของสังกัดเอ็กซ์แซ็กท์ หลังจากนั้นเขาก็ยังคงแสดงละครในสังกัดดังกล่าวซึ่งตอนนั้นออกอากาศทางช่อง ททบ.5 ซึ่งก็มีบทบาทมากมายให้เขาเล่นทั้งละครแนวชีวิต, แนวโรแมนติก, แนวพีเรียด ต่อมาในปี พ.ศ. 2554 เขาได้กลับมาแสดงละครทางช่อง 7 อีกครั้งหนึ่งถึง 2 เรื่อง คือ ค่าของคน ในสังกัดเอ็กซ์แซ็กท์ แสดงครั้งแรกคู่กับ นุ่น วรนุช และ ในรอยรัก แสดงคู่กับ อั้ม พัชราภา โดยเรื่องนี้นับเป็นเรื่องแรกที่เขาเล่นนอกสังกัดด้วย ซึ่งละครเรื่อง ในรอยรัก นั้นโด่งดังมากที่ประเทศจีนและละครค่าของคนเป็นละครที่ทำเรทติ้งสูงที่สุดทางช่อง 7 และเอ็กซ์แซ็กท์ในปีนั้น

หลังจากนั้น ป้อง ณวัฒน์ และ นุ่น วรนุช กลับมาแสดงร่วมกัยอีกครั้งในละครเรื่อง อีสา – รวีช่วงโชติ (พ.ศ.2556) โดยป้องกลับมารับบทผู้ชายเจ้าชู้อีกครั้งแต่ไม่ใช่บทพระเอก และกลับมาแสดงคู่กับ นุ่น วรนุช อีกครั้งในละครเรื่อง พิษวาท (พ.ศ. 2559) จากบทประพันธ์ที่โด่งดังของ ทมยันตี ซึ่งเป็นละครที่ได้รับความนิยมอย่างสูงมากและถือว่าเป็นการพบกันครั้งที่ 3 ของ  ป้อง ณวัฒน์ และ นุ่น วรนุช อีกด้วย ต่อมาในปี พ.ศ. 2560 ป้อง ได้กลับมาแสดงนอกสังกัดเอ็กซ์แซ็กท์อีกครั้งในละครเรื่อง เพลิงบุญ ทางช่อง 3 รับบท ฤกษ์ พินิจพันธ์ แสดงร่วมกับ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ และ ราณี แคมเปน และในปี พ.ศ. 2561 เขาได้รับบทบาทอย่างที่ไม่เล่นมาก่อนในบท นายตำรวจสืบสวนคดีฆาตกรรมโหดในพระนคร เรื่อง กาหลมหรทึก จากนิยายของ ปราปต์ ซึ่งก็นับว่าเป็นบทบาทการแสดงใหม่ของเขาด้วย ซึ่งตอนนี้กำลังถ่ายทำ

{ Comments are closed }

มาริโอ้ เมาเร่อ

มาริโอ้ เมาเร่อ

มาริโอ้ เมาเร่อ เป็นนักแสดง, นายแบบ ชาวไทย เกิดวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2531 ปัจจุบันเป็นนักแสดงของสังกัดช่อง 3 มาริโอ้ เดิมทีมีชื่อว่า ณัฐวุฒิ สุวรรณรัตน์ ในช่วงเข้าโรงเรียน ต่อมาใช้ชื่อ มาริโอ้ เมาเร่อ ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง มาริโอ้เริ่มต้นเข้าสู่วงการบันเทิงครั้งแรกในปี พ.ศ. 2547 ขณะนั้นเขาอายุได้ 16 ปี โดยการติดต่อจากโมเดลลิ่งที่สยามสแควร์ เริ่มแรกเขารับงานถ่ายแบบ, โฆษณา, เล่นเอ็มวี ต่อมาได้มีโอกาสเข้าไปคัดเลือกนักแสดงภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม ของผู้กำกับ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ซึ่งก็สามารถได้รับการเลือกในบท “โต้ง” เด็กชายวัยรุ่น ชั้น ม.6 ที่กำลังมีความสับสนกับการเลือกทางเดินในชีวิต ซึ่งเมื่อภาพยนตร์ออกฉายทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นจนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมด้วยในปีนั้น นอกจากนี้ภาพยนตร์ยังเป็นที่นิยมมากในประเทศจีนซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักแสดงชาวไทยยอดนิยมของชาวจีนด้วย หลังจากนั้นเขาก็มีงานแสดงเข้ามามากมาย โดยเรื่องที่ 2 ได้แสดงภาพยนตร์เรื่อง เฟรนด์ชิพ เธอกับฉัน ร่วมกับ สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข ซึ่งตอนนั้นก็เป็นนักแสดงหน้าใหม่เช่นกัน ซึ่งในเรื่อง เฟรนด์ชิพ เธอกับฉัน บทบาทการแสดงค่อนข้างแตกต่างจากเรื่อง รักแห่งสยาม โดยเรื่องนี้เขาต้องแสดงบทความรู้สึกหลายอารมณ์และต้องเล่นบทตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยทำงาน ซึ่งระหว่างที่เขาแสดงภาพยนตร์นั้นก็มีงานถ่ายแบบ, เดินแบบ และเล่นเอ็มวีด้วย ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 เขาได้แสดงภาพยนตร์เรื่อง บุปผาราตรี 3.1 และ บุปผาราตรี 3.2 โดยบทบาทที่แสดงค่อนข้างแตกต่างจากเรื่องที่ผ่านมาโดยเขารับบทเป็นเด็กวัยรุ่นนิสัย เงียบ พูดน้อย ที่มีความสามารถเขียนการ์ตูนผีหาทำรายได้ส่งตัวเองเรียน นอกจากนี้เขายังหาผีได้อีกด้วย หลังจากนั้นเขาได้เปลี่ยนผู้จัดการส่วนตัว จากนิรุณ ลิ้มสมวงศ์ หรือ โกโก้ มาเป็นนายศุภชัย ศรีวิจิตร หรือ เอเอ จนทำให้มีเรื่องการฟ้องร้องจากอดีตผู้จัดการเกี่ยวกับเรื่องสัญญา และได้แสดงละครเรื่องแรกคือ ใต้ฟ้าตะวันเดียว ต่อมาเขาได้พัฒนาฝีมือการแสดงขึ้นไปอีกขั้นจากการแสดงภาพยนตร์เรื่อง อุโมงค์ผาเมือง ผลงานกำกับของหม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง ราโชมอน ออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 2554 และในปี พ.ศ. 2556 เขาได้แสดงภาพยนตร์ของค่าย จีทีเอช เรื่องพี่มากพระโขนง แสดงคู่กับ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ โดยเรื่องราวดัดแปลงจากตำนานผีพื้นบ้านไทย แม่นากพระโขนง กำกับโดย บรรจง ปิสัญธนะกุล ยังแสดงร่วมกับ ณัฏฐพงษ์ ชาติพงษ์, พงศธร จงวิลาส, อัฒรุต คงราศรี และกันตพัฒน์ สีดา 4 นักแสดงที่โด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง สี่แพร่ง ตอน คนกลาง และ ห้าแพร่ง ตอน คนกอง

{ Comments are closed }

Pitch Perfect 3 บทส่งท้ายชมรมเสียงใส

Pitch Perfect 3

Pitch Perfect 3 จ่อคิวฉาย 21 ธันวาคม 2017 ส่งท้ายปี 2017 พร้อมบทส่งท้ายอำลาชมรมเสียงใส ก่อนหน้านี้ 2 ภาคแรกอย่าง Pitch Perfect 1 และ 2 หรือชื่อไทย ชมรมเสียงใส ถือไมค์ตามฝัน เรื่องราวของเหล่าสาวๆในชมรมเสียงใส ชมรมนักร้องประสานเสียงประจำมหาวิทยาลัยซึ่งมีนักศึกษาสืบทอดต่อๆกันมาหลายสิบรุ่นแต่ไม่มีรุ่นไหนที่ยิ่งใหญ่เท่ารุ่นนี้ Pitch Perfect เป็นภาพยนตร์แนวไลฟ์มิวสิคเคิล ออกฉายในปี 2012 สามารถกวาดรายได้กว่า 250 ล้านดอลลาห์ นอกจากนี้ในภาคที่ 2 ออกฉายในปี 2014 ที่ทำรายได้สูงถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นแท่นหนังแนวไลฟ์มิวสิคเคิลทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาล นอกจากนี้ยังพ่วงคำวิจารณ์จากสื่อมวลชนและคำชมจากผู้ชมมากมายทั้ง บทที่สนุกและเพลงที่เพราะมากโดยเฉพาะเพลง Flashlight ขับร้องโดย Jessie J ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมมากจนติดท็อปชาร์ทรวมถึงยังมีรายชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้วย ไม่น่าแปลกใจที่ทางสตูดิโออย่าง Universal ไฟเขียวให้สร้างภาคต่อทันที ทั้งนี้สตูดิโอก็มีแผนจะสร้างภาคต่ออีกหลายภาคแต่ดูเหมือนผู้สร้างจะไม่เห็นด้วยในการสร้างภาคต่อหลายภาค จึงยืนยันว่าจะสร้างสิ้นสุดในภาคที่ 3 ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ทางสตูดิโอเจรจาให้ อลิซาเบ็ธ แบงค์ส กลับมารับหน้าที่ผู้กำกับเช่นเดียวกับภาคสองซึ่งทำรายได้และกำไรให้กับสตูดิโออย่างมาก แต่ทางนักแสดงสาวยืนยันว่าไม่กลับมากำกับแต่จะนั่งตำแหน่งโปรดิวเซอร์แทน และส่งไม้ต่อให้กับ ทริช ซี ผู้กำกับคนใหม่ และยังคงได้นักแสดงชุดเดิมไม่ว่าจะเป็น แอนนา เคนดริก, เรเบล วิลสัน, บริทนีย์ สโนว์, แอนนา แคมป์, เฮลีย์ สไตน์เฟลด์ ซึ่งในภาคที่ 3 ยังคงบทเพลงใหม่ที่ไพเราะและมุกตลกของบทเช่นเดิม โดยภาคที่ 3 จะแตกต่างจะทั้ง 2 ภาคคือจะมีภารกิจเสี่ยงตายของเหล่าสาวเบลล่าของมาเกี่ยวข้องด้วย

Pitch Perfect 3 เป็นเรื่องราวของเหล่าสาวๆจากชมรมเบลล่าที่จบการศึกษาและแยกย้ายออกสู่โลกแห่งความจริง แต่พวกเธอพบว่าไม่มีงานไหนที่เหมาะกับพวกเธอ ต่อมาหนึ่งในสมาชิกของชมรมได้เชิญทั้งหมดมารวมตัวกันอีกครั้ง โดยมีงานคอนเสริต์ใหญ่ที่อังกฤษ โดยพวกเธอทั้งหมดตัดสินใจเดินทางไปต่างประเทศเพื่อแข่งขันร้องอะแคปเปลลาระดับนานาชาติ ที่จัดขึ้นในฐานทัพอากาศของอังกฤษ ทั้งนี้เหล่าสาวเบลล่าต้องร่วมมือกันแต่งเพลงขึ้นมาเพื่อให้แตกต่างจากที่พวกเธอร้องมา นอกจากต้องร่วมแข่งขันกับทีมอื่นๆแล้ว พวกเธอยังต้องเสี่ยงภารกิจจากการไล่ล่าของเหล่าผู้ร้ายกลุ่มหนึ่งที่หมายจะขัดขวางงานคอนเสิร์ตครั้งนี้ด้วย

{ Comments are closed }